โพลล์เผยนักเศรษฐศาสตร์มองเศรษฐกิจไทยในช่วง 6 เดือนข้างหน้าสดใส การบริโภค-ลงทุนรัฐและเอกชนหนุน แต่ภาคส่งออกยังอ่วม!ผลพวงบาทแข็ง
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ได้เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรชั้นนำ 31 แห่ง จำนวน 60 คน เรื่อง "ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทยใน 3-6 เดือนข้างหน้า" โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 9-19 เมษายนที่ผ่านมา พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อสถานะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 56.68 จุด ลดลง 0.07 จุด แต่ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่า 50 เป็นครั้งที่สองติดต่อกันนับจากการสำรวจในเดือนมกราคม 2555 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยอยู่ในสถานะแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
โดยสถานะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งได้รับผลดีจากปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 ใน 5 ปัจจัยที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ประกอบด้วยปัจจัย ภารบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ และ การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
ส่วนปัจจัยการส่งออกสินค้าเป็นปัจจัยเดียวที่ยังอยู่ในสถานะที่อ่อนแออย่างต่อเนื่องนับจากเดือนมกราคม 2555
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้า พบว่าค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ในระดับ 50.85 และเมื่อมองออกไปในอีก 6 เดือนข้างหน้า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ในระดับ 59.51 หมายความว่า นักเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยในอีก 3-6 เดือนข้างหน้าจะยังคงปรับตัวดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน โดยมีการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนเป็นปัจจัยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
ทั้งนี้ การที่ค่าดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยในอีก 3 และ 6 เดือนข้างหน้าอยู่ในระดับที่สูงกว่า 50 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มเศรษฐกิจของไทยที่สดใสอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นภาคส่งออกที่ยังคงเป็นปัญหาโดยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและค่าเงินบาทที่แข็งค่า









