วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 15-19 เมษายน 2556

เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 16 ปีครั้งใหม่...ขณะที่ หุ้นไทยโดยได้แรงหนุนจากข้อมูลผลประกอบการบริษัทที่ออกมาดี

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้


อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น


อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยมีสภาพคล่องไหลกลับสู่ระบบหลังวันหยุดยาว ขณะที่ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์และเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ รวมทั้งจะมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารในช่วงกลางสัปดาห์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.65% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.75% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน


ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 22-26 เม.ย. 2556 คงจะมีสภาพคล่องไหลกลับสู่ระบบหลังวันหยุดยาว รวมทั้งจะมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.75%


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.16% ในวันศุกร์ ลดลงเมื่อเทียบกับ 3.18% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยปรับลดลงต่อเนื่อง หลังจากวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ก่อนที่จะปรับขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ โดยมีแรงขายทำกำไร หลังราคาพันธบัตรปรับตัวขึ้น


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 1.68% ในวันพฤหัสบดี เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 1.72% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันจันทร์ หลังข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีนออกมาน่าผิดหวัง รวมถึงข่าวระเบิดในบอสตัน ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นในวันอังคารหลังนักลงทุนคลายความกังวลบางส่วน อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ปรับลดลงอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ จากความกังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งแรงซื้อของนักลงทุนหลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลดลงแรง


ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)

เงินบาทแข็งค่ากว่าระดับ 28.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ (แข็งค่าสุดในรอบเกือบ 16 ปี) โดยการแข็งค่าของเงินบาทสอดคล้องกับสถานะซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ และทิศทางการปรับตัวขึ้นของสกุลเงินและตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงค่าเงินหยวนของจีน อนึ่ง ผู้ว่าการธปท.กล่าวเตือนในช่วงปลายสัปดาห์ว่า ระดับเงินบาทในช่วงนี้ แข็งค่ามากเกินปัจจัยพื้นฐานไปบ้างแล้ว


ในวันศุกร์ (19 เม.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 28.58 เทียบกับระดับ 29.02 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (12 เม.ย.)


สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (22-26 เม.ย. 2556) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 28.50-28.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตากระแสการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ ทิศทางค่าเงินหยวน และสถานการณ์หนี้ในยูโรโซน ขณะที่ต้องติดตาม ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสอง เดือนมี.ค. ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 1/2556 (ครั้งที่ 1) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์


เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรผันผวนอ่อนค่า โดยเงินยูโรเผชิญแรงขายช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก ก่อนจะดีดตัวขึ้นช่วงสั้นๆ หลังจากข้อมูลเงินเฟ้อและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ที่อ่อนแอยังคงสนับสนุนการคาดการณ์เกี่ยวกับการดำเนินมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อย่างไรก็ดี เงินยูโรลดช่วงบวกทั้งหมดลงมาอีกครั้งในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ECB อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงหากภาวะเศรษฐกิจยูโรโซนยังคงย่ำแย่ ทั้งนี้ เงินยูโรทยอยปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายเชิงรุกของ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)


เงินเยนทยอยอ่อนค่า หลังจากที่นานาประเทศในที่ประชุมกลุ่ม G-20 แสดงท่าทีไม่คัดค้านการดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินครั้งใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการแก้ไขภาวะเงินฝืด อนึ่ง เงินเยนแข็งค่าขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ หลังจากที่ข้อมูลจีดีพีไตรมาสที่ 1/2556 ของจีนออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้


ในวันศุกร์ (19 เม.ย.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3085 เทียบกับระดับ 1.3111 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (12 เม.ย.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 99.30 เทียบกับ 98.38 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า


ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย


ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลผลประกอบการบริษัทที่ออกมาดี ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,545.46 จุด เพิ่มขึ้น 1.19% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 21.62% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 51,115.22 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ขณะที่ บัญชีบริษัทหลักทรัพย์และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 479.25 จุด เพิ่มขึ้น 1.59% จากสัปดาห์ก่อน


ตลาดหุ้นไทยเปิดทำการในวันพุธ หลังปิดทำการเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ โดยปรับตัวลดลงท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนที่ขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์ รวมไปถึงความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดที่บอสตัน สหรัฐฯ ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลผลประกอบการบริษัทที่ออกมาดี


สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 22-26 เม.ย. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ เครื่องชี้ที่อยู่อาศัย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน จีดีพีไตรมาส 1/56 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,510 และ 1,450 ขณะที่แนวต้านคาดว่า จะอยู่ที่ 1,560 และ 1,570 ตามลำดับ


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ


ดัชนี DJIA ปรับลดลง หลังเครื่องชี้เศรษฐกิจออกมาน่าผิดหวัง โดยในวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 14,537.14 จุด ลดลง 2.21% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันจันทร์ จากความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดในบอสตัน ก่อนที่จะปรับขึ้นในวันอังคาร หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับต่ำ น่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้เฟดสามารถดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง จากนั้นตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลผลประกอบการบริษัท รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาน่าผิดหวัง


ตลาดหุ้นญี่ปุ่น


ดัชนี Nikkei ปรับลดลง จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนที่อ่อนแอ โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 13,316.48 จุด ลดลง 1.25% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลดลงในวันจันทร์ โดยได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจของทั้งสหรัฐฯ และจีนที่อ่อนแอ อันอาจสร้างแรงกดดันต่อภาคการส่งออกของญี่ปุ่น ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในวันพุธโดยมีแรงซื้อกลับจากนักลงทุน อย่างไรก็ดี ข้อมูลผลประกอบการบริษัทสหรัฐฯ ที่ค่อนข้างน่าผิดหวังได้กดดันตลาดหุ้นญี่ปุ่นในวันพฤหัสบดี ก่อนที่จะฟื้นตัวอีกครั้งในวันศุกร์ หลังค่าเงินเยนกลับมาอ่อนค่าลง