วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอสแคป'หนุนนโยบายศก.มหภาคไทย-จีน

"เอสแคป"ชี้เศรษฐกิจเอเชียโตต่ำ หนุนนโยบายมหภาคไทย-จีน กระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ ลดพึ่งพาส่งออก

ยูเอ็น คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก สหประชาชาติ (ยูเอ็น เอสแคป)ได้ออกรายงาน Economic and Social Survey of Asia and the Pacific 2013: Forward-looking macroeconomic policies for inclusive and sustainable development

รายงานของเอสแคป ระบุว่าเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก คาดว่าจะขยายตัวในอัตราที่ค่อนข้างต่ำในปี 2556 หลังจากที่ได้ชะลอตัวลงอย่างชัดเจนในปี 2555 อันเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกภูมิภาค ทั้งนี้ สหประชาชาติยังเน้นย้ำว่า ความพยายามในการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ จำเป็นต้องดำเนินไป พร้อมกับการปรับเปลี่ยนแนวทาง ในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งเสริมการพัฒนาที่ทั่วถึงและยั่งยืน

รายงานชี้ว่าความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ในช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับความไม่เท่าเทียมกันทางรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นและการสึกหรอของทรัพยากรธรรมชาติที่รุนแรง

รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า นโยบายเศรษฐกิจมหภาคสามารถมีบทบาทสำคัญ ในการช่วยให้การพัฒนาของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเป็นไปอย่างทั่วถึงและยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของแผนการพัฒนาหลังจากปี 2558

ชี้สหรัฐ-ยูโรโซนฉุดจีดีพีเอเชียลง 3%

รายงาน เน้นย้ำว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างทั่วถึงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวได้ประเมินว่านโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มยูโรโซนและสหรัฐอเมริกาที่ขาดความชัดเจน ในช่วงตั้งแต่ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเริ่มขึ้นนั้น มีผลให้จีดีพีของประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ลดลงประมาณ 3% หรือคิดเป็นความสูญเสียของจีดีพีที่ประมาณ 870 พันล้านดอลลาร์

นางโนลีน เฮย์เซอร์ รองเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ และเลขาธิการบริหารของเอสแคป กล่าวในบทนำของรายงานฉบับนี้ ย้ำเตือนให้เห็นถึงความจำเป็นของการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องเป็นไปอย่างทั่วถึงและยั่งยืนมากขึ้น

"การปรับเปลี่ยนบทบาทของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ให้มีความสมดุลมากขึ้น ระหว่างบทบาทที่ส่งเสริมความมีเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจกับบทบาทที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนา เป็นสิ่งที่จำเป็นใน ขณะที่ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ยังต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ช่องว่างทางการพัฒนาและโครงสร้างพื้นฐานที่ยังมีอยู่มาก และความเปราะบางทางสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มสูงขึ้น"

อัตราการขยายตัว ศก.ปรับขึ้นเล็กน้อย

การฟื้นตัวของอุปสงค์ของเศรษฐกิจโลกจากเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่ที่ปรับตัวดีขึ้นมีส่วนช่วยให้ตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกปรับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 6 ในปี 2556 จากร้อยละ 5.6 ในปี 2555

คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวในอัตราที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 7.8% ในปี 2555 เป็น 8 %ในปี 2556 ในขณะที่เศรษฐกิจอินเดียก็น่าจะฟื้นตัวจากอัตราที่ค่อนข้างต่ำที่ 5% ในปี 2555 เป็น 6.4% ในปี 2556

เศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียเหนือและกลาง ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซ คาดว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์จากราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง สำหรับภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันตกเฉียงใต้นั้น คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศอัฟกานิสถาน บังคลาเทศ ภูฏาน และศรีลังกาจะเติบโตในอัตรา 6% หรือมากกว่าในปี 2556

เศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งพึ่งพาการส่งออกคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากการค้าโลก ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ

ประเมินเศรษฐกิจไทยโต 5.3%

อย่างไรก็ตาม อุปสงค์ภายในประเทศยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะเติบโตถึง 6.6 %ในปี 2556 ขณะที่การบริโภคภาคครัวเรือน จะช่วยส่งเสริมอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ขยายตัว 6.2% ในปี 2556 และไทย 5.3%ในปี 2556 ขณะที่เศรษฐกิจเวียดนามคาดว่าจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีและเติบโตที่ 5.5%

เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในหมู่เกาะแปซิฟิก คาดว่าจะชะลอตัวลงในปี 2556 ทั้งนี้ เศรษฐกิจปาปัวนิวกินีซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้น่าจะขยายตัวในอัตราที่ลดลงอย่างมากจากภาคพลังงานที่อ่อนตัวลง

รายงานย้ำว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ลดต่ำลง เมื่อเทียบกับช่วงหลายปีก่อนหน้า อาจกลายเป็นปรากฏการณ์จะที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีข้างหน้า สำหรับประเทศหลายประเทศในภูมิภาค ทั้งนี้ มูลค่าของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ ที่คาดว่าจะสูญเสียไป จากการขยายตัวที่ช้าลงนี้อาจมีมูลค่าประมาณ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2560

ปัญหาความไม่เท่าเทียมสูงขึ้น

ปัญหาทางโครงสร้างในระยะยาว เช่น ปัญหาความไม่เท่าเทียมที่รุนแรงมากขึ้น และการขาดแคลนพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานทำให้ผลกระทบของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงยิ่งเด่นชัดขึ้น ทั้งนี้ การแก้ปัญหาทางโครงสร้างที่จะช่วยส่งเสริมให้อุปสงค์ภายในประเทศ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า คือ การทำให้กระบวนการพัฒนาเป็นไปอย่างทั่วถึงและยั่งยืนมากขึ้น

รายงานชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของการคุ้มครองทางสังคมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งเป็นที่อาศัยของเกือบสองในสามของคนยากจนทั่วโลก และยังมีประชากรกว่าพันล้านคนที่ต้องเผชิญกับการดำรงชีวิตที่ไม่มั่นคงและเปราะบาง

รายงานฉบับนี้นำเสนอการประมาณการมูลค่าการลงทุนภาครัฐที่จำเป็น สำหรับการคุ้มครองทางสังคมและการดำเนินนโยบายการพัฒนาแบบยั่งยืน ได้แก่ การรับประกันการจ้างงาน การให้เงินบำนาญอย่างทั่วถึง เงินช่วยเหลือผู้พิการ รายจ่ายภาครัฐด้านสาธารณสุขที่สูงขึ้น การให้โอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง และการเข้าถึงแหล่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง งบประมาณที่ต้องใช้จ่ายสำหรับโครงการเหล่านี้ มีมูลค่าประมาณ 5-8% ของจีดีพีสำหรับประเทศหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นระดับที่ประเทศส่วนมาก น่าจะมีงบประมาณเพียงพอ

ชมนโยบาย ศก.มหภาคไทย-จีน

รายงานยังชี้ให้เห็นว่า การลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้นนี้ ไม่น่าจะส่งผลลบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ด้วยและในบรรดามาตรการภาครัฐที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาอย่างทั่วถึง รายงานได้ชี้ไปที่นโยบายค่าแรงขั้นต่ำของไทย ที่นอกจากจะช่วยเหลือแรงงานแล้ว ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมผู้จ้างงานและเศรษฐกิจโดยรวมด้วย ทั้งนี้ ประเมินว่าการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของไทย จะสามารถช่วยเพิ่มอัตราการขยายตัวของการจ้างงานได้ 0.6% และอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมได้ 0.7 %ภายในปี 2558

ขณะที่การปรับสมดุลของเศรษฐกิจจีน ที่มีเป้าหมายในการลดการพึ่งพาการส่งออกและเน้นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้มากขึ้นก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของนโยบายที่ส่งเสริมการเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

เอสแคปประเมินว่าการค้าภายในภูมิภาค จะได้รับอานิสงส์จากการปรับสมดุลดังกล่าว โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกของประเทศเอเชียและแปซิฟิกอื่นๆ ไปยังประเทศจีนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2556-2558 และทำให้มูลค่าการส่งออกโดยรวมของภูมิภาคขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.5%จากอัตราขยายตัวที่น่าจะเป็น ในกรณีที่ไม่มีความพยายามในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของจีน

"ข่าวดีก็คือ ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกได้เริ่มทบทวนและคิดค้นรูปแบบการพัฒนาแบบใหม่แล้ว ความพยายามเหล่านี้ควรได้รับการสนับสนุน ปรับปรุง และเผยแพร่โดยประเทศทุกประเทศในภูมิภาคนี้"นางเฮย์เซอร์ กล่าว