กระทรวงท่องเที่ยววางแผนเป็นเจ้าภาพจัดเวิร์คช้อปร่วมหน่วยงานภาครัฐแก้ปัญหาเร่งด่วน "คมนาคม-ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว"
วานนี้ (10เม.ย.) นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดประชุมหารือแนวทางปฏิบัติราชการ ระหว่างภาคเอกชนด้านท่องเที่ยว หลังจากรับตำแหน่งใหม่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าจากการวางนโยบายเร่งด่วนเพื่อเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งจากคนไทยและต่างชาติให้ถึง 2 ล้านล้านบาทภายในปี 2558 นั้น ได้รับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนแล้ว มอบหมายให้นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไปจัดทำร่างแผนปฏิบัติงานรวบรวมความคิดเห็นจากภาคเอกชนทั้งหมด
รวมถึงให้สรุปข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนที่ยังไม่สอดคล้องกันให้เรียบร้อย เพื่อจะได้นำข้อมูลดังกล่าวไปจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คช้อป) กับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาให้เรียบร้อย โดยอาจพิจารณานำแผนเสนอคณะรัฐมนตรี ภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้เพื่อการขับเคลื่อนพร้อมกันทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ จะมุ่งประเด็นไปที่การแก้ปัญหาเร่งด่วน เช่น การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางนักท่องเที่ยว ซึ่งมีปัญหาสะท้อนว่าขาดแคลนรถบัส หรือมีปัญหาการบริการของรถแท็กซี่ที่สนามบิน ความแออัดที่ท่าอากาศยานนานชาติทั้งที่สุวรรณภูมิและภูเก็ต ก็จะประสานกับกระทรวงคมนาคมในการเวิร์คช้อปครั้งนี้ ส่วนเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ก็จะประสานกับกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น
อย่างไรก็ตามยอมรับว่าได้มีการพิจารณาแนวทางกำหนดนโยบายท่องเที่ยว เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามามากแบบก้าวกระโดด จนกลายเป็นความกังวลของหลายฝ่ายว่าไทยจะไม่สามารถปรับโครงสร้างรองรับได้ทันการณ์ โดยกำลังพิจารณาการทำการตลาดร่วมกับกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และ เวียดนาม) แต่อาจจะมีปัญหาติดขัดเรื่องกฎหมาย จึงมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาเพิ่มเติม ส่วนความร่วมมือระดับอาเซียนนั้นก็จะให้ความสำคัญทั้งในแง่การดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา และแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวออกไปให้ประเทศเพื่อนบ้านด้วย
"ได้รับความคิดเห็นจากนายกสมาคมรถโดยสารไม่ประจำทางว่า นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นมาก ทำให้อาจเพิ่มจำนวนรถบัสรองรับ แต่ภาคเอกชนก็ยังมีปัญหาเรื่องเงินลงทุน โดยกระทรวงฯ จะรับเรื่องเพื่อพิจารณาประสานหน่วยงานช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้บริการนักท่องเที่ยวเกิดปัญหา นอกจากนี้สิ่งที่คาดว่าจะดำเนินการได้ทันที คือ การจัดทำป้ายบอกทาง 2 ภาษาให้ชัดเจนขึ้น รวมถึงการปรับปรุงข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยวให้ชัดเจนสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย" นายสมศักย์ กล่าว
ด้านนายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รมต.มีนโยบายให้ผู้บริหารและบุคลากรท่องเที่ยวตื่นตัวด้านการท่องเที่ยวตลอดเวลา เนื่องจากเป้าหมาย 2 ล้านล้านบาทที่รัฐบาลตั้งไว้ถือเป็นภาระหนัก ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปทบทวนภารกิจและงานที่รับผิดชอบในปัจจุบันว่ามีปัญหาและอุปสรรคในเชิงกฎหมายต้องทบทวนแก้ไขอย่างไร เพื่อนำมาหารือและแก้ไขปัญหาร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน
นอกจากนี้ รมต.ยังเห็นชอบในหลักการที่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เสนอให้ปรับแผนแม่บทด้านท่องเที่ยวจากระยะยาวถึงปี 2558 ให้หันมาโฟกัสในแผนระยะสั้นมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น









