"สุรนันทน์"เผยนายกฯยันนักลงทุน 30 บริษัทสหรัฐ เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดต้นทุนการขนส่งสำหรับภาคอุตสาหกรรม
นายอเล็กซานเดอร์ ซี เฟลด์แมน (Mr. Alexander C. Feldman) ประธานสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯ นำคณะนักธุรกิจสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯ (US-ASEAN Business Council-USABC) เข้าเยี่ยมคารวะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางเยือนไทยประจำปี เพื่อกระชับความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนกับรัฐบาลไทย โดยมีบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ กว่า 30 บริษัท ในสาขาสำคัญต่างๆ อาทิ ธุรกิจการเงิน เครดิต และประกันภัย ธุรกิจเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจน้ำมันและพลังงาน ธุรกิจยาและเวชภัณฑ์ ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และ ไอที ธุรกิจยานยนต์ การขนส่ง และโลจิสติกส์ โดยมี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรงคมนาคมนายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมหารือด้วย
ภายหลังการหารือ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ยินดีในโอกาสเดินทางเยือนไทยประจำปีนี้ ซึ่งถือเป็นปีสำคัญที่ไทยและสหรัฐฯ ฉลองวาระครบรอบ 180 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต การเยือนครั้งนี้สะท้อนให้ถึงความสนับสนุนและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจสหรัฐ ฯ ที่มีต่อศักยภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจไทย ด้านประธานสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯ หวังที่จะเพิ่มพูนมูลค่าการค้าและการลงทุนให้เป็นอันดับหนึ่ง ส่วนนายกรัฐมนตรี ยินดีทำงานร่วมกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่ เศรษฐกิจไทยได้รับการฟื้นฟูจากภาวะน้ำท่วม อันดับความน่าเชื่อถือของไทยเพิ่มขึ้นจาก BBB เมื่อปีที่แล้วเป็น BBB+ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในนโยบายการคลังที่เข้มแข็ง รัฐบาลไทยมีเสถียรภาพ และมีนโยบายส่งเสริมการค้า-การลงทุนจากต่างประเทศ การส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม อาทิ การลดภาษีธุรกิจจากเดิมร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 23 เมื่อปีที่ผ่านมาและร้อยละ 20 ในปีนี้
โดยคาดหวังว่าในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตร้อยละ 4.5-5.5 ทั้งนี้รัฐบาลไทยพร้อมเปิดรับนักลงทุนจากสหรัฐฯ มีลู่ทางการลงทุนใหม่ๆ และไทยยังได้ประโยชน์เชิงเปรียบเทียบในทำเลที่ตั้ง ที่เป็นเสมือนประตูสู่ภูมิภาคอาเซียนและประเทศอื่นในภูมิภาค พร้อมย้ำว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดต้นทุนการขนส่งสำหรับภาคอุตสาหกรรมทั้งในและนอกประเทศ โดยนโยบายของรัฐบาลในปีนี้ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อเพิ่มพูนความเชื่อมโยง อาทิ รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือน้ำลึก การบริหารจัดการน้ำ และการสนับสนุนความมั่นคงทางด้านอาหารและพลังงานเพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งรัฐสภาได้ผ่าน พรบ. กู้เงินในวาระแรก โดยจะนำเงิน 66,000 ล้านบาท มาลงทุนเพื่อพัฒนาระบบราง ถนน และการเชื่อมโยงทางทะเล และอีก 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะนำมาลงทุนในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำนอกจากนี้รัฐบาลยังสนับสนุนการวิจัยและค้นคว้าเพื่อแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ การส่งเสริมอุตสาหกรรมที่อยู่บนพื้นฐานความรู้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน และพลังงานทางเลือก ซึ่งไทยหวังที่จะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในด้านพลังงานที่สหรัฐฯ มีความชำนาญ
นายสุรนันทน์ กล่าวต่อว่า ในโอกาสนี้ ประธานสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯ ได้แสดงความชื่นชมไทยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสหรัฐ ฯ ในภูมิภาค และแสดงความขอบคุณรัฐบาลไทยที่เปิดรับนักธุรกิจสหรัฐ ฯ ที่เข้ามาลงทุนในไทย และให้การสนับสนุนกิจกรรมของภาคธุรกิจเป็นอย่างดีมาตลอด พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจของไทย ที่สนับสนุนให้ธุรกิจของสหรัฐ ฯ ได้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ ของไทย และยืนยันว่านักธุรกิจ USABC จะยังคงจะส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยและอาเซียนอย่างต่อเนื่อง









