การดีดตัวระหว่างวันเกิดขึ้นได้ แต่ยังเปราะบางเกินไป มองแค่ Rebound เพื่อลงต่อ
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ แม้ว่ามุมมองต่อแนวโน้มของตลาดหุ้นไทยที่ยังเป็นบวกอยู่บ้างของนักลงทุนในตลาด TFEX สะท้อนจากสัดส่วน Put/ Call Ratio ของ SET50 Option ล่าสุดที่ระดับ 0.74 เท่า ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย EMA 5 วันที่ 1.04 เท่า จะทำให้ในวันนี้ระหว่างวัน SET อาจมีโอกาส Rebound ขึ้นมาได้บ้าง แต่เราประเมินว่าการดีดตัวขึ้นของ SET ยังคงเปราะบางมาก โดยเฉพาะหลังจากที่ SET ปิดต่ำกว่า 1,480 จุดวานนี้ ส่งผลให้มีโอกาสแกว่งตัวลงไปในกรอบ 1,460 (+/-5) จุด และในระยะสั้น SET จะยังคงไม่มีสัญญาณซื้อตราบใดที่ยังคงไม่สามารถกลับมาปิดเหนือ 1,500 จุดได้อีกครั้ง โดยปัจจัยกดดันที่จะมีน้ำหนักมากที่สุดต่อทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น คือแนวโน้มการขายสุทธิออกมาอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ ที่เราประเมินว่าจะยังคงมีอยู่ต่อไปอีก 2-3 สัปดาห์ หลังจากที่ Oscillator ในทางเทคนิคอย่าง MADC ของดัชนี Accumulated Foreign Fund Flow กลับมาแกว่งตัวต่ำกว่า Zero Line แล้ว
- นอกจากปัจจัยกดดันเดิมที่จะส่งผลให้ทิศทางตลาดหุ้นโลก และภูมิภาคยังคงอ่อนไหว ทั้งในส่วนของ Earnings Season ของตลาดหุ้นสหรัฐ, ปัญหาไข้หวัดนกในจีน, ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี และตัวเลขการส่งออกเดือน มี.ค.2556 ของจีนที่จะประกาศวันนี้แล้ว ตลาดหุ้นไทยยังคงมีโอกาสที่จะ Underperform ตลาดหุ้นโลก และภูมิภาคต่อไปด้วย จากปัจจัยกดดันเฉพาะตัว ทั้งในส่วนของความกังวลเกี่ยวกับทิศทางของค่าเงินบาท และการคุมเข้มภาคอสังหาริมทรัพย์ หลังจากที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาระบุอีกครั้งว่าค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไป และอยู่ระหว่างการพิจารณาการเพิ่มเกณฑ์เงินดาวน์ ( LTV ) สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2
- กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังคงกลับมาปิดเหนือกว่า 1,500 จุดไม่ได้ แนะนำ "ดีดขึ้นขาย" ขณะที่การลงทุนระยะกลางแนะนำ "รอสัญญาณซื้อเพิ่ม" ในหุ้น BBL, LIVE, SEAFCO, CK, LH, SIRI, ROJNA, KAMART, AH, SYMC, MSC และ INET









