เอดีบีเตือนปัจจัยเสี่ยงเศษฐกิจไทย ลงทุน 2 ล้านล้านบาทล่าช้า-รัฐรายได้ไม่พอจ่าย แนะขยายฐานภาษีให้มากขึ้น-คุมก่อสร้างโปร่งใส
นางลักษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรอาวุโส สำนักงานผู้แทนประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัวได้ 4.9% และ 5% ในปี 2557 ลดลงจากปี 2555 ที่ขยายตัว 6.4% ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนภาครัฐที่จะขยายตัว 12.5% ซึ่งมาจากการที่รัฐบาลจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ที่จะมีการก่อสร้างถนน ระบบราง ท่าเรือ และท่าอากาศยานในอีก 7 ปีข้างหน้า โดยการลงทุนจะเริ่มในปี 2557 และการลงทุนด้านการบริหารจัดการน้ำที่จะเริ่มลงทุนได้ภายในกลางปีนี้
ทั้งนี้ หากรวมการขาดดุลทั้งในและนอกงบประมาณแล้วในปีนี้ คาดว่ารัฐบาลจะขาดดุลทางการคลัง 4.8% ของจีดีพี โดยเชื่อว่า โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลครั้งนี้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจในช่วง 1-2 ปีนี้จะเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยง หากการลงทุนขนาดใหญ่เหล่านี้เกิดความล่าช้า ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการลงทุนในภาพรวมของประเทศ ขณะเดียวกันรัฐบาลจะต้องดูแลการเพิ่มรายได้ของรัฐบาลให้เพียงพอต่อการใช้จ่าย ด้วยการขยายฐานภาษีให้มากขึ้นและควบคุมเรื่องความโปร่งใสในการก่อสร้างแต่ละโครงการด้วย
ส่วนการส่งออกในปีนี้จะยังขยายตัว 10% และมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นเป็น 11% ในปี 2557 เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก อาทิ จีน มีแนวโน้มดีขึ้น
เอดีบี ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยน่าจะอยู่ที่ระดับ 2.75% ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมแล้ว โดยเห็นได้จากการบริโภคและการลงทุน รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกเริ่มกลับมาดีขึ้น
ส่วนเงินเฟ้อคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 3.2% และ 3.1% ในปี 2557 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2555 ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกและราคาสินค้าภายในประเทศไม่ปรับขึ้นมากนัก ขณะที่รัฐบาลได้ขยายเวลาการยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันสำหรับน้ำมันดีเซลอยู่
สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจในอาเซียนปีนี้ คาดว่าจะขยายตัว 5.4% และ 5.7% ในปี 2557 ซึ่งได้รับอานิสงส์จากเงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในเอเชียมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียปีนี้จะขยายตัว 6.6% และ 6.7% ในปี 2557









