กกร.ห่วงบาทแข็งทำขีดแข่งขันไทยร่วง หลังไทยแข็งสุดในภูมิภาค ซ้ำดาบสองตลาดปลายทางเงินอ่อนทำกำลังซื้อหด คาดส่งออกทั้งปีไม่เป็นไปตามเป้า
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ว่า กกร.เตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งออกที่กำลังได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าในขณะนี้ โดยกกร.กำลังอยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลจากผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกและกำหนดมาตรการที่ต้องการขอความช่วยเหลือเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา
ทั้งนี้ เงินบาทได้แข็งค่าสูงถึง 5% นับตั้งแต่ปลายปี 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแข็งค่ามากกว่าคู่แข่งอย่างอินโดนีเซีย เวียดนาม ขณะเดียวกันด้านประเทศผู้ซื้อปลายทางก็กำลังประสบปัญหาเงินอ่อนค่าทำให้กำลังซื้อลดลงได้แก่ ญี่ปุ่น ยุโรป สหรัฐ ดังนั้น หากเงินบาทของไทยแข็งค่าต่อเนื่องเช่นนี้ จะทำให้ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในการส่งออกสินค้าลดลงทันที นายพยูงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้เน้นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้วิธีการใดในการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงิน แต่ต้องการให้ค่าเงินไม่ผันผวนและอยู่ในระดับเดียวกับภูมิภาคและคู่แข่ง 14 ประเทศซึ่งไทยมีค่าเงินแข็งค่าสูงสุดแล้ว
"เป็นที่น่าสังเกตว่าฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ค่าเงินค่อนข้างนิ่ง เราก็ไม่ได้ต้องการเน้นว่าต้องทำอะไรบ้างแต่อยากเห็นผลลัพธ์ก่อนที่ค่าเงินมีเสถียรภาพและเกาะกลุ่มกับภูมิภาคอย่าเป็นพระเอกโดดเด่นอยู่คนเดียว"
สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าสูงสุดได้แก่ เครี่องนุ่งห่ม เฟอร์นิเจอร์ อาหารและสินค้าเกษตรเพราะเป็นกลุ่มที่มีวัตถุดิบส่วนใหญ่ในประเทศไม่ได้รับแต้มต่อจากการนำเข้าในช่วงที่เงินบาทแข็งค่าเหมือนอุตสาหกรรมอื่น ขณะที่นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ค่าเงินยังผันผวนและแข็งค่าแบบนี้ต่อไปอีกจะทำให้การส่งออกทั้งปีติดลบ และไม่เป็นไปตามเป้าที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ที่ 8-9% ในขณะที่สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยเตรียมปรับเป้าส่งออกอีกครั้งในไตรมาสที่ 2 จากปัจจุบันที่ตั้งเป้าส่งออกไว้ที่6.9%
นอกจากนี้การประชุมกกร.ได้หารือถึงกรณีกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาห้ามนำเข้าสินค้าจากไทย 2 รายการ อาทิ กุ้ง เครื่องนุ่งห่ม จากสินค้า 15 รายการที่เข้าข่ายที่มีการใช้แรงงานเด็ก ที่ประชุม กกร.จึงได้ให้คณะกรรมการร่วมสามสถาบันส่งตัวแทนสถาบันละ2คน และการร่วมคณะเดินทางเยือนมองโกเลียของนายกรัฐมนตรีระหว่างวันที่ 27-30 เม.ย.นี้ โดยกกร.มีกำหนดลงนามความร่วมมือทางการค้ากับหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมมองโกเลียด้วย









