วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยูโอบีคงเป้าดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้1,650จุด

บลจ.ยูโอบีมองเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อเนื่องคาดปีนี้โต 3.1% คงเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด เชื่อยังมีอัพไซด์พอสมควร

นายกรวุฒิ ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีการฟื้นตัวต่อเนื่องโดยในปีนี้ตลาดคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะโตประมาณ 3.1% จากปีก่อนที่โต 2.7% โดยการเติบโตของโลกส่วนใหญ่ยังมาจากตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะในเอเชียเป็นสำคัญ โดยเศรษฐกิจสหรัฐเองก็มีสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่องตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ก็ออกมาค่อนข้างดีโดยเฉพาะการฟื้นตัวของตลาดแรงงานและภาคอสังหาริมทรัพย์ ตัวเลขการจ้างงานในภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นในขณะที่การจ้างงานในภาครัฐลดลง รวมถึงการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อเนื่องและคาดว่าในปีนี้มาตรการกระตุ้นแบบผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จะยังคงอยู่ซึ่งจะเป็นตัวสนับสนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐโตได้ประมาณ 2.8% จีนเองคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจน่าจะโตได้ประมาณ 8% แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาดีบ้างไม่ดีบ้างก็ตามแต่จากสภาพค่องที่มีอยู่มากมายก็น่าจะทำให้เศรษฐกิจจีนโตต่อได้ โดยมีความเสี่ยงสำคัญในเรื่องของอัตราเงินเฟ้อซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 3.2% ในเดือนก.พ.13 มีแนวโน้มว่าจะปรับตัวขึ้นได้ในช่วงครึ่งหลังของปีและทางการของจีนอาจจะพิจารณาปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นได้เช่นกัน

ส่วนญี่ปุ่นเองนั้นหลังจากเจอภาวะเงินฝืดมากว่า 2 ทศวรรษ ทางธนาคารกลางของญี่ปุ่นก็จะใช้นโยบายอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบเพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อขยับขึ้นไปแตะระดับ 2% น่าจะส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นดีขึ้นและนั่นน่าจะทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นโตแม้จะไม่มากก็ตาม ในส่วนของเศรษฐกิจยุโรปเองในปีนี้คาดว่าจะเติบโตลดลง 0.5% และน่าจะทำให้ธนาคารกลางยุโรปอาจพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยได้อีกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

"โดยภาพรวมของเศรษฐกิจโลกจะเห็นว่าตั้งแต่ต้นปีมีเงินทุนไหลเข้าลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นไม่ว่าจะเป็นสหรัฐและเอเชีย เพราะนักลงทุนเชื่อมั่นในอนาคตของเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งนี้มองว่าการที่ประเทศในสกลุเงินหลักของโลกยังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำและนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้มีเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียรวมทั้งไทยอย่างต่อเนื่อง บริษัทยังมองว่าปีนี้เป็นปีของการลงทุนในหุ้นอยู่"

นายกรวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า ตลาดหุ้นไทยเองถือว่าไม่ถูกไม่แพงในปัจจุบัน บริษัทยังคงเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นปีนี้ไว้ที่ 1,650 จุด โดยคาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตได้ประมาณ 20% และมองหุ้นเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนสุดในปีนี้ จึงแนะนำให้นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นอยู่แล้วขยับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นขึ้นเป็น 80% โดยแบ่งเป็นหุ้นในประเทศประมาณ 70% และหุ้นต่างประเทศอีกประมาณ 30% โดยยังให้มองการลงทุนในต่างประเทศในช่วงนี้เป็นเรื่องของการกระจายความเสี่ยงไปทั้งในตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นเอเชีย ส่วนเงินลงทุนที่เหลืออีก 10 - 15% นั้นก็กระจายมาลงทุนในกองทุนทางเลือกต่างๆ เช่น กองทุนอสังหารมิทรัพย์หรือกองทุนตราสารหนี้โลกได้ และถือเป็นสภาพคล่องไว้ประมาณ 5%

"ตลาดหุ้นไทยเองกำไรบริษัทจดทะเบียนยังเติบโตได้ 15 - 20% อัตราเงินปันผลก็ประมาณ 3 - 4% ถือว่ายังเป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุนและมีโอกาสในขาขึ้น (Upside) อีกพอสมควร ดีมานด์กองทุนทริกเกอร์ฟันด์จากนักลงทุนก็ยังมีต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทเองก็คงมองโอกาสในการลงทุนด้วย ถ้ามีอัพไซด์ให้นักลงทุนได้ในระดับ 7-8% ก็น่าสนใจออกแต่ถ้าไม่มีก็คงไม่ออกเช่นกัน คงต้องดูจังหวะตลาดโดยรวมด้วย"