"พงษ์ศักดิ์"ห่วงปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าลามถึงวันที่ 9-10 เม.ย. เหตุโรงงานจะกลับมาผลิตตามปกติ วอนประชาชนร่วมมือประหยัดไฟฟ้า
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการเยี่ยมชมการปฏิบัติการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องภายใต้ภาวะวิกฤต หรือ Business Continuity Management (BCM) ของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ว่า ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พม่าปิดท่อก๊าซธรรมชาติ และมีปริมาณสำรองไฟฟ้าต่ำที่ส ด แต่จากความร่วมมือของภาคเอกชนทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวมีปริมาณสำรองไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 1,661 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อความมั่นคงของประเทศ
อย่างไรก็ตามแม้ผ่านวันที่ 5 เม.ย.มาได้ ประเทศไทยก็ยังไม่ผ่านช่วงวิกฤต เนื่องจากโรงงานที่ช่วยทางรัฐบาลโดยการหยุดดำเนินการผลิตในวันที่ 5 เม.ย. จะกลับมาเปิดทำการในวันที่ 9 - 10 เม.ย. นี้ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับในช่วงนี้มีอากาศร้อนมาก ซึ่งหากอุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียส จะทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าภาวะปกติที่ทุก 1 องศาเซลเซียสจะใช้ไฟฟ้าเพิ่ม 300 เมกะวัตต์ แต่ถ้าเกิน 40 องศาเซลเซียส จะใช้ไฟฟ้ามากกว่าตัวเลขที่ประเมินไว้
"ช่วงวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมาอุณหภูมิสูง 39.1 องศาเซลเซียส ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) 26,400 เมกะวัตต์ ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าหากวันที่ 9-10 เม.ย.นี้อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียสจะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงอยากให้ประชาชนให้ความร่วมมือในการลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อให้ประเทศชาติผ่านวิกฤตในช่วงนี้ไปได้"นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
โดยขณะนี้ ปริมาณการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศมีศักยภาพไม่เกิน 27,300 เมกะวัตต์ ซึ่งในวันที่ 9 -10 เม.ย.นี้ จะมีปริมาณสำรองไฟฟ้าเพียง 1,440 เมกะวัตต์ เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้ในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ายังอยู่ในขั้นน่าเป็นห่วง ดังนั้นประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม เพื่อสร้างความความมั่นคงทางไฟฟ้า เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกก็จะส่งผลต่อความมั่นใจต่อการลงทุนในประเทศไทย
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าใหม่ที่จะเกิดขึ้น จะต้องคำนึงถึงต้นทุนการผลิตไฟฟ้าด้วย ซึ่งที่ผ่านมาค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 50 สตางค์ต่อหน่วย ถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปอีก 4 ปี ค่าไฟฟ้าจะสูงถึง 6 บาทต่อหน่วย จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมองไทยไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ดังนั้นโรงไฟฟ้าถ่านหินจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่









