เลือกซื้อลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงเรื่องการเติบโตของรายได้และกำไร
เดือนเม.ย.56 ตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยหนุนหลัก คือ 1) เฟดยังคงเดินหน้าโครงการซื้อสินทรัพย์ตามนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE3+QE4) ต่อไปจนกว่าอัตราการว่างงานจะต่ำกว่า 6.5% (ปัจจุบันอยู่ที่ 7.7%), 2) อัตราดอกเบี้ยทรงตัวต่ำในปีนี้ เพราะเงินเฟ้อยังไม่ได้มีแรงกดดันสูง แม้ว่าราคาสินทรัพย์บางอย่างปรับขึ้นมาก เช่น ราคาอาหาร, ที่พักอาศัย แต่ราคาพลังงานที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อโดยตรงและทางอ้อมยังทรงตัว, 3) ความกังวลปัญหาภาคธนาคารในยูโรโซนคลี่คลายลง หลังไซปรัสบรรลุข้อตกลงในเงื่อนรับความช่วยหลือในวงเงิน 1 หมื่นล้านยูโรกับกลุ่มทรอยกา (ECB, EC, IMF) ไปแล้ว, 4) ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทผ่านการพิจารณาวาระแรกของสภาในเดือนมี.ค.56 คาดว่าเม็ดเงินลงทุนจะเริ่มเข้าสู่ระบบตั้งแต่ปลายปี 56 หรือต้นปี 57 ปีละประมาณ 3 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งใน Key Growth ของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว และ 5) การเติบโตของกำไรของบจ.แข็งแกร่ง โดยในปี 56 คาดว่ากำไรสุทธิของบจ.ที่ DBSV ทำการวิเคราะห์จะขยายตัว 18.8% ส่วน EPS เติบโต 16.3% (Mean)
อย่างไรก็ตาม มีหลายปัจจัยเสี่ยง/ไม่แน่นอนที่เข้ามามากขึ้น และควรติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งประกอบด้วย 1) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ หลังมีการตัดงบประมาณใช้จ่ายอัตโนมัติตั้งแต่ 1 มี.ค.56 เป็นต้นไป รวมถึงแนวทางบริหารการคลังเมื่อการขยายเพดานชำระหนี้ครบกำหนดในวันที่ 16 พ.ค.56, 2) ปัญหาภาคธนาคารในยูโรโซนอาจซ่อนอยู่ใต้พรม ขณะที่เศรษฐกิจยังคงถดถอย จับตาว่าเยอรมนีซึ่งแข็งแรงที่สุดในภูมิภาคจะย่ำแย่ลงมากหรือไม่, 3) สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี, 4) การแข็งค่าของเงินบาทกดดันกลุ่มส่งออก โดยทำให้รายได้และอัตรากำไรรูปบาทน้อยลง ธุรกิจฟื้นตัวได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้, 5) ปัญหาแรงงานตึงตัวอาจทำให้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และที่พักอาศัยมีต้นทุนดำเนินงานสูงขึ้น และการก่อสร้างล่าช้ากว่าคาด และ 6) ความไม่แน่นอนของการเมืองไทย ต้องจับตาว่ารัฐบาลจะเร่งแก้กฎหมายที่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมหรือไม่ เพราะประเด็นนี้อาจทำให้ Market Risk ของไทยเพิ่มขึ้น
กรอบของ SET Index ในปี 56 เมื่อพิจารณาจากค่า P/E Mean+/-1.0sd พบว่าจะได้กรอบบน 1633 จุด และกรอบล่าง 1204 จุด
กลยุทธ์การลงทุน คือ เลือกซื้อลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงเรื่องการเติบโตของรายได้และกำไร ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และ/หรือให้ปันผลสูง ทั้งนี้การลงทุนใหม่ในเดือนเม.ย.ควรระมัดระวังให้มากขึ้น เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยง/ความไม่แน่นอนสูงขึ้น ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ให้แนวต้านระยะสั้นของตลาดไว้ที่ 1570-1580 จุด ค่าลบดูไม่ค่อยดี พอร์ตที่มีกำไรควร Lock up profit ไว้บ้าง ส่วนพอร์ตที่มีเงินสดเหลืออยู่น้อยมากน่าจะลดการลงทุนลง ส่วนจุด Stop loss คือ SET Index ต่ำกว่า 1545 จุด
หุ้น Top Picks ของเดือนเม.ย.56 ได้แก่ BTS, DTAC, KTB, SC, SRICHA ส่วน Dark Horse เป็น INTUCH, MK, SPCG Sector Weighting and Stock Picks
---------------------------------
Source : DBS Vickers









