ส.อ.ท.คาดส่งออกเดือน มี.ค.ติดลบต่อเนื่อง ผลพวง'บาทแข็ง-ค่าแรง300' แนะประชุมกนง.สัปดาห์หน้าออกมาตรการป้องกันเก็งกำไรระยะสั้น
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การส่งออกในเดือน มี.ค.นี้คงมีสภาพไม่ต่างจากเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เพราะได้รับผลกระทบจากค่าจ้างขั้นต่ำและเงินบาทแข็งค่า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ติดลบ เพราะผู้นำเข้ารับราคาสินค้าของผู้ส่งออกไทยไม่ได้ โดยที่ผ่านมามีการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท และการแข็งค่าของเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันเกือบ 5 % ทำให้ผู้ส่งออกลดราคาสินค้าให้กับผู้นำเข้าไม่ได้และทำให้ต้องรับคำสั่งซื้อลดลง รวมทั้งสินค้าเกษตรมีปัญหาถูกกีดกันทางการค้ามากขึ้น เช่น อินโดนีเซียห้ามนำเข้าผลไม้ไทย 13 ชนิดและกระทรวงพาณิชย์กำลังเจรจากับอินโดนีเซีย
นายวัลลภ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการเจรจารับคำสั่งซื้อสำหรับส่งมอบไม่เกิน 6 เดือน ข้างหน้า และถ้าในช่วงไตรมาส 2 มีปัญหาเงินบาทแข็งค่าจะทำให้การส่งออกไตรมาส 2 แย่กว่าไตรมาส 1 โดยผู้ส่งออกต้องการให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 4 เม.ย.นี้ มีมาตรการออกมาดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ กนง.ไม่ต้องประกาศก็ได้ว่าจะจัดการเงินทุนที่เข้ามาเก็งกำไรระยะสั้นอย่างไร แต่อย่าปล่อยแช่สถานการณ์นี้ไว้ โดยถ้าในสัปดาห์หน้า กนง.ยังอ้างว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในเกณฑ์ดีและไม่สามารถสกัดเงินทุนไหลเข้าได้ก็ต้องยอมรับอัตราแลกเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้นและต้องยอมรับการส่งออกที่อาจชะลอตัว
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า อัตราแลกเปลี่ยนมีผลต่อการส่งออกและคิดว่า ธปท.กับกระทรวงการคลังจะดูแลสถานการณ์ให้เกิดประโยชน์กับประเทศได้ โดยเอสซีจีมีการส่งออกและช่วงนี้เงินบาทแข็งค่าก็มีการประกันความเสี่ยงค่าเงินจึงลดผลกระทบได้มาก ซึ่งในอดีตถ้าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 1 บาท จะกระทบเอสซีจี 700-800 ล้านบาท แต่ปัจจุบันผลกระทบเหลือเพียง 200-300 ล้านบาท
นายกานต์ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท เป็นการลงทุนที่จำเป็นของไทย โดยแคนาดามีโครงการลงทุนคล้ายกันมีระยะเวลา 10 ปี แต่การลงทุนของไทยใช้เวลา 7 ปี และถ้าการลงทุนสำเร็จจะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยก้าวกระโดดขึ้นมา ซึ่งภาคเอกชนต้องการให้เกิดการลงทุนนี้ที่มีการลงทุนหลายส่วน เช่น ระบบราง โลจิสติกส์ โดยเมื่อไทยลงทุนโครงการนี้จะทำให้ในภูมิภาคมีโครงการเช่นนี้ด้วยจะทำให้ยกระดับขึ้นมาและทำให้ความน่าลงทุนในภูมิภาคนี้ตามมา ซึ่งการลงทุนโครงสร้งาพื้นฐานเป็นผลดีต่อเอสซีจีเพราะความต้องการปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างเพิ่มมากขึ้นแต่เอสซีจีมองว่าเป็นผลบวกต่อประเทศมากกว่า









