"กิตติรัตน์"พอใจภาวะหุ้น-เงินบาท หลังจากปรับตัวดีขึ้นและมีเสถียรภาพ หลังสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นดิ่งแรง! บาทแข็งโป๊ก
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความพอใจกับภาวะตลาดหุ้นไทยและเงินบาทในขณะนี้ เนื่องจากเห็นว่ากลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น จากความผันผวนมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแสดงออกความพอใจกับภาวะตลาดเงินตลาดทุนเป็นครั้งแรก หลังจากไม่พอใจกับทิศทางค่าเงินบาทแข็งค่าในช่วงที่ผ่านมา
"สิ่งที่รัฐบาลต้องการจะเห็น คือ ความมีเสถียรภาพของทั้ง 2 อย่าง ทั้งตอนที่มันตกและขึ้น รัฐบาลก็มีความเป็นห่วงเป็นใยเสมอ เพราะฉะนั้น เมื่อสภาวะราคาไม่ผันผวนรุนแรง เราก็พอใจและดีใจ" นายกิตติรัตน์ กล่าว
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า การปรับลงของตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นผลจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจของยุโรป ซึ่งมีผลกระทบกับตลาดหุ้นในหลายประเทศ แต่เชื่อว่าผู้ลงทุนสามารถตัดสินใจได้และมีเหตุมีผลในการพิจารณาลงทุน
สำหรับความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทต่อดอลลาร์วานนี้ (27 มี.ค.) แข็งค่าขึ้นในช่วงท้ายตลาด อยู่ที่ 29.26 บาทต่อดอลลาร์ จากช่วงเช้าอยู่ที่ 29.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ตลอดทั้งวัน ในขณะที่ค่าเงินเอเชียเคลื่อนไหวไร้ทิศทาง ตามปัจจัยแต่ละประเทศ ในขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับขึ้นเป็นวันที่สามติดต่อกัน โดยปิดตลาดเพิ่มขึ้น 16.84 จุด หรือ 1.09% อยู่ที่ 1,560.87 มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 67,501.53 ล้านบาท แม้จะมีมาตรการจากตลาดหลักทรัพย์ โดยนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 2,483.62 ล้านบาท และต่างชาติซื้อสุทธิ 1,219.29 ล้านบาท
นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังลงทุนในตราสารหนี้ต่อเนื่อง โดยสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) รายงานว่าการซื้อขายตราสารหนี้วานนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวม 104,740 ล้านบาท โดยประเภทของตราสารที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด คือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 78,719 ล้านบาท คิดเป็น 74.4% รองลงมา คือ พันธบัตรรัฐบาล มีมูลค่าการซื้อขาย 23,235 ล้านบาท คิดเป็น 21.9% ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ขายสุทธิ 6,644 ล้านบาท กลุ่มนิติบุคคลในประเทศ ซื้อสุทธิ 2,922 ล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติ มียอดซื้อสุทธิ 7,582 ล้านบาท







