ปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย จากผลบวกการเพิ่มทุน
เราคาดว่าผลการดำเนินงานของ TTA ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2012 (ต.ค.11-ก.ย.12) ที่ขาดทุนสุทธิถึง 4,619 ล้านบาท ส่วนปี 2013 (ต.ค.12-ก.ย.13) เราคาดว่า TTA จะพลิกกลับมามีกำไรได้ที่ 157 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มมีกำไรในงวด 2H13 จากธุรกิจเมอร์เมดที่กำลังเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น และคาดว่าโรงงานของ UMS ที่ จ.สมุทรสาคร จะกลับมาเปิดดำเนินงานได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เรามีการปรับประมาณการกำไรปี 2014 (ต.ค.13-ก.ย.14) ขึ้นจากเดิม 50% เป็น 731 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 365% Y-Y โดยรวมผลบวกจากผลสำเร็จของการเพิ่มทุนที่ทำให้ TTA ลงทุนในธุรกิจเรือเทกองและเมอร์เมดมากขึ้น พร้อมรับธุรกิจเรือเทกองที่มีแนวโน้มฟื้นตัวในปี 2014 หลังจากภาวะอุปสงค์มากกว่าอุปทานคลี่คลายไป ทั้งนี้ เรายังคงแนะนำ ซื้อ ปรับราคาเป้าหมายเป็น 23.70 บาท
คาดผลการดำเนินงานมีโอกาสพลิกกับมามีกำไรได้ตั้งแต่ 2H13 (เม.ย.-ก.ย.13) : เราคาดว่าผลการดำเนินงาน TTA ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปตั้งแต่ปี 2012 (ต.ค.11-ก.ย.12) ที่ขาดทุนสุทธิ 4,619 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2013 (ต.ค.12-ก.ย.13) คาดว่าจะพลิกกลับมามีกำไรได้ที่ 157 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มทำกำไรได้ในช่วง 2H13 (เม.ย.-ก.ย.13) โดยได้แรงผลักดันจากธุรกิจเมอร์เมด ทั้งจากธุรกิจวิศวกรรมใต้น้ำที่เริ่มเข้าสูงช่วง HIGH SEASON, เรือขุดเจาะ TENDER RIG คาดว่าจะเริ่มเข้ารับงานใหม่หลังเสร็จสิ้นจากการเข้าอู่แห้ง และเรือขุดเจาะ JACK-UP RIG ที่มีการสั่งต่อ 3 ลำก่อนหน้านี้
ปัจจุบันรับมอบเรือแล้ว 1 ลำ จะเริ่มรับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2013 เป็นงานต่อเนื่อง 3 ปี มีความสามารถในการทำกำไรได้ค่อนข้างดี ส่วนอีก 2 ลำจะทยอยรับมอบในเดือน มิ.ย. 2013 และ ก.ย. 2013 ตามลำดับ สำหรับธุรกิจ UMS ทาง TTA คาดว่าโรงงานที่ จ.สมุทรสาคร จะกลับมาเปิดโรงงานได้อีกครั้งในช่วง 3Q13 (เม.ย.-มิ.ย.13) และคาดว่าจะกลับมาทำกำไรได้ตามปกติอีกครั้ง สำหรับบาคองโค ทั้งธุรกิจปุ๋ย และคลังสินค้า คาดว่าผลการดำเนินงานยังคงดีอย่างต่อเนื่อง
ปรับประมาณการกำไรปี 2014 ขึ้นจากเดิม 50% จากผลสำเร็จของการเพิ่มทุน : เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2014 (ต.ค.13-ก.ย.14) ขึ้นจากเดิม 50% เป็น 731 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 365% Y-Y โดยรวมผลบวกจากผลสำเร็จของการเพิ่มทุนที่จะทำให้ TTA นำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปซื้อเรือเทกองมือสอง 7 ลำ, สั่งต่อเรือเทกองใหม่ 4 ลำ และการเพิ่มทุนในเมอร์เมด เพื่อนำไปซื้อเรือ TENDER RIG จำนวน 2 ลำ ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 14,940 ล้านบาท โดยจะใช้เงินจากการเพิ่มทุนทั้งหมดรวมแปลง WARRANT ราว 6,372 ล้านบาท, เงินกู้ 8,184 ล้านบาท และที่เหลือจะใช้กระแสเงินสดของ TTA
ทั้งนี้ เราคาดว่าผลการดำเนินงานของ TTA จะมีการฟื้นตัวแข็งแกร่งในระยะยาว เพราะเราคาดว่าแผนการซื้อเรือมือสองในปัจจุบันราคาค่อนข้างถูก และคาดว่าเรือดังกล่าวจะมีศักยภาพในการทำกำไรสูง เมื่อธุรกิจเรือเทกองเริ่มฟื้นตัวราวปี 2014 หลังจากที่อุตสาหกรรมเรือเทกองจะเริ่มมีอุปสงค์มากกว่าอุปทาน ซึ่งจะช่วยผลักดันอัตราค่าระวางเรือค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรือ TENDER RIG จะเข้ามาทดแทนเรือในปัจจุบันที่ใกล้ปลดระวางแล้ว โดยเรือขุดเจาะใหม่จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลบวกให้มีโอกาสชนะในการประมูลงานใหม่ๆ ที่มีอัตราค่าเช่าเรือที่สูงขึ้นด้วย
ยังคงแนะนำ ซื้อ ในลักษณะลงทุนระยะยาว ราคาเป้าหมาย 23.70 บาท : จากผลประกอบการที่คาดว่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แม้งวด 2Q13 (ม.ค.-มี.ค.13) อาจยังคงขาดทุน แต่คาดว่าจะเริ่มพลิกกลับมามีกำไรได้ในงวด 2H13 (เม.ย.-ก.ย.13) และคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวได้โดดเด่นตั้งแต่ปี 2014 (ต.ค.13-ก.ย.14) จากทุกกลุ่มธุรกิจ
ทั้งนี้ จากความสำเร็จในการเพิ่มทุนจะช่วยสะท้อนมูลค่าสินทรัพย์ที่แท้จริงให้ใกล้เคียงกับปัจจุบันมากขึ้น และธุรกิจเรือเทกองที่คาดว่าจะฟื้นตัวในอนาคต คาดว่าจะส่งผลบวกต่อมูลค่าสินทรัพย์ของ TTA มากขึ้น รวมทั้งเรามีการปรับประมาณการกำไรในปี 2014 เพิ่มขึ้น ดังนั้น เราจึงปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 23.70 บาท (จากเดิม 19 บาท) ด้วย PBV 1 เท่า (FULLY DILUTE รวมหุ้นเพิ่มทุนและการใช้สิทธิ TTA-W3) ยังคงแนะนำ ซื้อ ในลักษณะลงทุนระยะยาว









