วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จรัมพร'ชี้นักลงทุนต้องรู้กลุ่มที่ลงทุนอยู่

"จรัมพร"เผยสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นตกประมาณ9% แจงต้องรู้กลุ่มที่ลงทุนอยู่ ลั่นอย่าเพิ่งตื่นตกใจในหุ้นตกลงมาในครั้งนี้

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการหลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์"กรุงเทพธุรกิจทีวี"เรื่อง"ถึงเวลาผ่าโครงสร้างตลาดหุ้น แก้ปัญหาเก็งกำไร" หลังจากที่ตลาดหุ้นร่วงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนส่งผลกระทบต่อนักลงทุนบางราย

นายจรัมพร กล่าวว่า การที่มีนักลงทุนที่เก็งกำไรขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนนั้นมีความชำนาญในกลไกของการเก็งกำไร โดยการเก็งระยะสั้นเป็นไปได้มีทฤษฎี ต้องถามว่าในการเก็งกำไรสามารถเก็งกำไรในพื้นฐานดีได้ ถ้าเป็นแบบนั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ขณะเดียวกัน สิ่งที่เราเห็นใน 1 ปีที่ผ่านมา คือว่ามีหุ้นอยู่กลุ่มหนึ่งที่มีราคาขึ้นสูงกว่าระดับพื้นฐานมาก แล้วตัวนี้ถึงเวลาลงก็ลงมาก มีความเสี่่ยงสูง นักลงทุนที่เข้าไปเล่นในกลุ่มหุ้น เหล่านี้ก็จะต้องยอมรับว่าเมื่อไรก็ตามที่ตลาดตกนั้น อาจอยู่ในภาวะขาดทุน เทียบกับหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี สัปดาห์ที่แล้ว ทั้งสัปดาห์จะตกประมาณ 9 % แต่หุ้นที่เคยอยู่ในลิสต์ของตลาดและของก.ล.ต.จะตกอยู่ประมาณกว่า 27-30% เป็นต้น นักลงทุนจะต้องรู้ว่ากลุ่มไหนที่ ท่านกำลังลงทุนอยู่

"การเก็งกำไรในหุ้นเล็ก โดยเฉพาะยิ่งในตลาดน้องอย่างเอ็มเอไอ จริงๆแล้วคงไม่ได้มีเป้าหมาตลาดตเอ็มเอไอ ตลาดหุ้นเอสของเฟรสที่เกิน 200 ขึ้นไป มีลักษณะใกล้เคียงกัน อย่าไปมาร์ก ว่าเป็นเอ็มเอไอหรือไม่เอ็มเอไอ ในลักษณะของหุ้นเล็กคล้ายๆ กันทั้งนั้น มีหุ้นที่มีราคา 1 บาท อะไรพวกนี้ มีลักษณะที่จะเก็งกำไรสูงกว่า อันนี้ไม่ได้บอกว่าอยู่ในกลุ่มตลาดไหน"นายจรัมพร กล่าว

นายจรัมพร กล่าวว่า เพื่อสร้างความสมดุลตลาดหุ้น ประเด็นแรก การที่มีสัดส่วนรายย่อยปกติอยู่ประมาณ 55 % ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี แต่ในช่วงที่มีการเก็งกำไรมากขึ้นไปถึง 72 % ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงเกินไป วิธีการขยายฐานอย่างแรก คือต้องให้ความรู้กับนักลงทุน รายย่อย ประเด็นต่อมาคือควรจะต้องเพิ่มสัดส่วนของสถาบันทั้งในประเทศ และต่างประเทศเพื่อให้สัดส่วนออกมาใกล้เคียงกัน ในการที่มีรายย่อยมาก ถือว่าดี อย่างตุรกี เขาจะมีรายย่อยที่ซื้อขายกันเป็นจำนวนมาก มากกว่าเราเท่าตัว ประเทศเขามีประชาชนจำนวนเท่ากัน เพราะฉะนั้นเรายังขยายได้อีก เพียงแต่เราจะต้องเพิ่มสัดส่วนของสถาบันมากกว่า เพราะตลาดเราจะมีขนาดใหญ่และมั่นคงกว่านี้

กรรมการและผู้จัดการหลาดหลักทรัพย์ฯกล่าวอีกว่า มีมาตรการที่เกี่ยวกับเรื่องของการเก็งกำไรอยู่อันเดียว คือเรื่องการขยายเวลาของแคสบาลานซ์จาก 3 สัปดาห์ เป็น 6 สัปดาห์ มีอันเดียวที่ติดตามผลอยู่ โดยที่ไปติดแคสบาลานซ์อยู่ 30 ตัว ยอดเทรดก็ลดลงถึง 80%ก็ถือว่าได้ผล เพียงแต่ว่าตอนนี้ที่ผ่านมาการเก็งกำไรขยายตัวมากกว่า 30 ตัวนี้เท่านั้นที่เป็นประเด็นในอดีตที่หุ้นตกลงมา

นายจรัมพร กล่าวแนนำว่า อย่าเพิ่งตื่นตกใจในหุ้นตกลงมาในครั้งนี้ เพราะตลาดหุ้นไทยดียังมี หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีแล้วก็มีแนวโน้มอนาคตที่ดี ฉะนั้นราคาในระดับนี้ก็จะใกล้เคียงกับตลาดหุ้นในภูมิภาค เชื่อมั่นว่าคงจะมีความต้องการในการซื้อหุ้นไทยมาจากต่างประเทศ เช่นเดียวกับของหุ้นต่างๆ ในภูมิภาค เรื่องที่สอง คือว่า เวลาจะเลือกลงทุนในหุ้นใดก็ต้องเข้าใจในพื้นฐานของหุ้นนั้น ว่ามีปัจจัยพื้นฐานรองรับไหม ราคาสูงเกินไปหรือไม่ จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ถ้าจะลงทุนในหุ้นเหล่านั้นใช้เงินสดอย่ากู้หนี้ยืมสิน ตัวเองและครอบครัวอาจจะเดือดร้อนการเป็นหนี้เป็นสินได้