วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ลดดอกเบี้ย0.5%ช็อกตลาดสกัดบาทแข็ง!

สอท.บี้กนง.ถกด่วน! ลดดอกเบี้ย 0.5% ช็อกตลาดสกัดบาทแข็ง เผยถ้าภายในสัปดาห์หน้าธปท.ไม่มีมาตรการอะไรออกมา เตรียมเข้าพบผู้ว่าแบงก์ชาติ

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทในช่วงนี้แข็งค่าเร็วมาก โดยถ้าภายในสัปดาห์หน้าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่มีมาตรการใดออกมาดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้ดีขึ้นจะขอเข้าพบนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท.เพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางในการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนี้ว่าภาครัฐกำลังใช้มาตรการอะไรดูแล เพราะแข็งค่าเร็วมากและมีเฉพาะอินเดียประเทศเดียวที่แข็งค่ามากกว่าไทย

สถานการณ์เช่นนี้ ธปท.และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ธปท.) ควรออกมาส่งสัญญาณอะไรบ้างเพื่อชะลอการผันผวน โดย กนง.อาจต้องประชุมนัดพิเศษ เพราะถ้ารอการประชุมตามกำหนดปกติในวันที่ 3 เม.ย.2556 อาจจะช้าไป และถ้าเป็นไปได้ควรพิจารณาลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งการประชุม กนง.ครั้งล่าสุดไม่ได้ลดดอกเบี้ยนโยบายจึงเห็นว่าการประชุมครั้งต่อไปควรลด 0.5 % เลย โดยอาจจะช็อคตลาดไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมเพื่อลดแรงจูงใจในการนำเงินเข้ามาเก็งกำไรในระยะสั้น และถ้าปล่อยให้เก็งกำไรเช่นนี้ต่อไปจะไม่เกิดประโยชน์กับประเทศ

ทั้งนี้ ถ้าภาครัฐไม่ดำเนินการอะไรอาจทำให้แข็งค่าไปแตะ 28 บาท โดยได้เงินบาทที่แข็งค่ามาจากเงินทุนต่างประเทศที่ไหลเข้ามาไทยอีกรอบ ซึ่งครั้งนี้เข้ามาเพื่อลงทุนในพันธบัตรเป็นส่วนใหญ่ และไทยคงจะห้ามไม่ให้เงินทุนเข้ามาไม่ได้แต่ ธปท.ควรมีเครื่องมือออกมาเพื่อลดแรงจูงใจการเข้ามาเก็งกำไร

นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า เงินบาทแข็งค่าอย่างไม่มีเหตุผลเพราะแข็งค่าอยู่สกุลเดียวในขณะที่บางสกุลอ่อนค่าลง ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ส่งออกกังวลเกี่ยวกับการรับคำสั่งซื้อในราคาที่เหมาะสมและให้ธุรกิจอยู่รอดได้ และเมื่อรับคำสั่งซื้อแล้วจะมีเวลาส่งมอบสินค้าและถ้ากำหนดอัตราแลกเปลี่ยนพลาดก็อาจขาดทุนได้

โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการพยายามปรับตัวเพื่อลดต้นทุนและให้ธุรกิจแข่งขันได้ในปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การลดต้นทุนโลจิสติกส์ แต่ถ้าภาครัฐปล่อยให้เงินบาทผันผวนและแข็งค่ามากกว่าภูมิภาคจะทำให้เสียตลาดได้