วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.แจงกำไรแค่แสนล. ชินวัตรถือ0.002%

ปตท.โต้กลุ่มทวงคืนปตท.ชี้รัฐบาล-ประชาชนถือหุ้นเกือบ 70% กลุ่ม"ตระกูลชินวัตร"ถือหุ้นเพียง 0.002% ระบุแม้กำไร 1 แสนล้าน แค่ 3.7% ของยอดขาย

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) เปิดเผยว่า ในขณะนี้ได้มีบางกลุ่มกล่าวโจมตี ปตท. อย่างหนักหน่วงในโซเชียลมิเดียในเรื่องผลกำไร และการถือหุ้นใน ปตท. โดยในส่วนของผลกำไรของ ปตท. ในปีที่ผ่านมา ปตท. มีกำไรสุทธิ 104,666 ล้านบาท ลดลงจากปี 2554 ประมาณ 2% จากยอดขายทั้งหมด 2,793,833 ล้านบาท ในจำนวนนี้มียอดขายปลีกน้ำมันเพียง 3 แสนล้านบาท ซึ่งโดยรวมยอดขายทั้งหมดแล้วถือเป็นสัดส่วนกำไรที่น้อยมากประมาณ 3.7% ซึ่งเฉลี่ยในแต่ละปีจะมีสัดส่วนกำไรประมาณ 3-5% ถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำกว่าผู้ประกอบการในธุรกิจเดียวกัน เช่น เปโตรนาส 22.51% เชฟรอน 10.95% เอ็กซอนโมบิล 9.07% เอสซีจี 7.06% เป็นต้น

ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่า ปตท. ไม่ได้ค้ากำไรเกินควร โดยผลกำไรส่วนใหญ่ที่ได้ก็มาจากธุรกิจอื่นๆ เช่น ปิโตรเคมี การค้าน้ำมันที่ไปขุดเจาะนอกประเทศ เป็นต้น ซึ่งผลกำไรในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันน้อยมาก ที่อยู่ได้ก็เพราะธุรกิจเสริมอื่นๆในสถานีบริการน้ำมัน ส่วนธุรกิจก๊าซเอ็นจีวี ก็ประสบภาวะขาดทุนสะสมจนถึงขณะนี้กว่า 6.2 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ รายได้ของ ปตท. ทั้งหมดส่วนใหญ่ก็จ่ายคืนให้กับรัฐบาลไปถึงประชาชนทั่วประเทศ เนื่องจากผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ปตท. เกือบ 70% ก็คือกระทรวงการคลัง และถือหุ้นผ่านกองทุนต่างๆ ส่วนที่เหลือจะเป็นของประชาชนทั่วไปประมาณ 5 หมื่นราย โดยกลุ่มตระกูลชินวัตรถือหุ้นใน ปตท. เพียง 0.002% ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมาก โดยนับตั้งแต่ปตท. แปรรูปเป็นบริษัทมหาชนตั้งแต่ปี 2002 จนถึงปี 2012 ได้จัดส่งรายได้ให้รัฐทั้งในรูปแบบของภาษีและเงินปันผลกว่า 5.2 แสนล้านบาท ซึ่งในการจ่ายเงินปันผลน้ำ ปตท. ได้จ่ายคืนให้กับผู้ถือหุ้นเพียง 1 ใน 3 ที่เหลือเป็นเงินสะสมเพื่อการลงทุนในอนาคต

"ปตท. จำเป็นที่จะต้องสะสมทุนเพื่อออกไปซื้อแหล่งน้ำมัน และก๊าซในต่างประเทศ เนื่องจากแหล่งภายในประเทศจะหมดลง ดังนั้น ปตท. ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจะต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศชาติในอนาคต ซึ่งในการออกไปซื้อแหล่งปิโตรเลียมจะต้องใช้เงินมหาศาลหลายแสนล้านบาท โดยในต่างประเทศนั้น ปตท. ถือว่ามีขนาดเล็กมาก จึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเข้าไปเป็นเจ้าของแหล่งพลังงาน"นายไพรินทร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่าข้อมูลบิดเบือนที่โจมตีในโลกออนไลน์อย่างหนักในขณะนี้ อาจเป็นเพระ ปตท.เป็นองค์กรใหญ่ ผู้โจมตีมีวัตถุประสงค์แอบแฝงทั้งอาจเป็นเรื่องการเมือง และเรื่องผลประโยชน์ของคนกลุ่มน้อยของประเทศที่ต้องการใช้พลังงานราคาต่ำ ยิ่งใกล้ช่วงที่กระทรวงพลังงานจะตัดสินใจเรื่องปรับราคาแอลพีตี /เอ็นจีวี ยิ่งถูกโจมตีอย่างหนัก จึงมีการต้องการสร้างสถานการณ์กลบเกลื่อน และล็อบบี้ เพื่อหวังใช้พลังงานราคาถูกทั้งที่ข้อเท็จจริง ราคาแอลพีจีและเอ็นจีวีขณะนี้ต่ำมาก ราคาไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องเข้ามารับภาระนำเข้าเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ มองว่า การที่ ปตท. กำไรกว่า 1 แสนล้านบาทนั้น ควรนำเงินส่วนนี้มาลดราคาน้ำมัน อุ้มราคาเอ็นจีวี และแอลพีจี ซึ่งการที่ทำเช่นนั้นถือว่าไม่ยุติธรรมกับคนทั้งประเทศ เพราะมีผู้ใช้รถยนต์ไม่กี่ล้านคัน เทียบกับประชากรทั้งประเทศเกือบ 70 ล้านคน จึงมองว่าควรคืนกำไรกลับสูงรัฐบาลให้นำไปจัดสรรสร้างประโยชน์ให้กับคนทั้งประเทศจะดีกว่า เพราะยังมีหลายสิ่ในประเทศที่ต้องการงบประมาณในการพัฒนา

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวอีกว่า กล่าวว่า คงไม่ใช้ข้อกฏหมายเข้าไปดำเนินการกับกลุ่มที่ให้ข้อมูลบิดเบือน แต่ให้สังคมโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ใช้วิจารณญาน ในการรับรู้ข้อมูล และท้ายที่สุดความจริงจะปรากฏให้ได้รับการเชื่อถือ ซึ่งในส่วนตัวแม้จะรู้สึกน้อยใจบ้าง แต่ก็ยังเดินหน้าลงทุนตามแผนงานต่อไปตามแผนงานลงทุน 3.66 แสนล้านบาทใน 5 ปี ข้างหน้า เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และสร้างผลตอบแทนที่มีประสิทธิภาพต่อทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการลงทุนในต่างประเทศ เพราะเป็นที่ทราบดีว่า อ่าวไทยมีก๊าซร่อยหรอลง อาจหมดลงใน 7-11 ปีข้างหน้า