วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ททท.ชู'มาร์เก็ตติ้ง3.0'..เชื่อมไทยแลนด์แฟนคลับทั่วโลก

ในยุคที่เทคโนโลยีเอื้อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่าง “นักท่องเที่ยว” กับ “องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยว” ผ่านช่องทางหลากหลาย

ส่งผลให้หลายประเทศที่ชูโรงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เป็นตัวหลักในการดันรายได้ ต่างหันมาวางกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่มีเป้าหมายดึง “การมีส่วนร่วม” ของคนให้มากที่สุด โดยอาศัยสื่อสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดีย ที่ใกล้ชิดเข้าถึงคนส่วนมากอยู่แล้วเป็นแพลตฟอร์มสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงด้วยโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว ดูเหมือนจะไม่เพียงพออีกต่อไปในยุคปัจจุบัน เพราะท่ามกลางการโหมกระหน่ำโฆษณาสินค้าบริการต่างๆ มากขึ้นนั้น กลับไม่ใช่ทุกรายที่ “ซื้อใจ” กลุ่มเป้าหมายได้ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ที่คนในยุคปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะ “แสวงหาคุณค่า” ในการทำกิจกรรมเชิงลึกที่มากกว่าเพื่อพกพาความบันเทิงใจกลับบ้านไปอย่างเดียว

เช่นเดียวกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่ง ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการกลุ่มสารสนเทศการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในปี 2556 จะนำแนวคิดมาร์เก็ตติ้ง 3.0 มาใช้กับแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อเนื่อง หลังจากนำร่องทดลองตลาดไปแล้วเมื่อปี 2555 ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมิติการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทำให้เกิดความชัดเจนเรื่องการสร้างประสบการณ์และความรู้สึกที่แท้จริงให้กับนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายในระดับที่ “ลึกซึ้ง” มากกว่าเดิม

เนื่องจากหัวใจหลักของการตลาดรูปแบบนี้ หมายถึงการพูดถึงกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนสำหรับทุกภาคส่วน เรียกว่า เป็นการหลอมรวมมิติเชิง “เศรษฐกิจ-สังคม-วัฒนธรรม” เข้ามาอยู่ในเนื้อเดียวกัน จึงถือว่าเหมาะสมสำหรับการขยายตลาดใหม่สู่นักท่องเที่ยวคุณภาพ เช่น จาก ยุโรปและอเมริกา ที่มีให้ความสนใจใน “ระดับสูง” กับการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่เน้นการมีส่วนร่วมกับจุดหมายที่ไปเยือน

แนวคิดนี้ ยังเอื้อต่อประเทศไทย ในฐานะที่มีความเข้มแข็งทางศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย ภายใต้การทำตลาดในรูปแบบนี้ เจ้าของแหล่งท่องเที่ยวผู้ประกอบการไทย ที่เป็นเจ้าบ้าน ก็ได้ประโยชน์จากการนำคุณค่าของวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ที่มีอยู่เดิม มาเพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจ แบบไม่จำเป็นต้องดัดแปลงให้เป็นไปตามกระแสหลักมากเกินไป

สำหรับปี 2556 ซึ่งเป็นปีที่สองที่ ททท. ซึ่งนำแนวคิดมาร์เก็ตติ้ง 3.0 มาใช้นั้น จะเริ่มกระบวนการเชื่อมโยงกับแผนการจัดระเบียบฐานข้อมูล กลุ่มคนรักประเทศไทย หรือ ไทยแลนด์แฟนคลับ ภายใต้โครงการชื่อ TAT Social CRM เพราะการท่องเที่ยวไทยมีฐานแฟนประจำทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ เอเยนต์ทัวร์ทั่วโลกกว่า 3-4 แสนคน และคนไทยอีกนับล้านคน

ในอดีตแม้จะยังไม่เคยสำรวจคนกลุ่มนี้อย่างจริงจัง แต่ต่อไป ททท. จะมุ่งเน้นจัดเก็บพฤติกรรมการเดินทางของคนกลุ่มนี้ในเชิงลึกมากขึ้น เช่น เดินทางมาประเทศไทยกี่ครั้งแล้ว และชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวไปที่ใด ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญในการนำมาออกแบบกิจกรรมเพื่อตอบสนองความสนใจได้ตรงประเด็นมากขึ้น

“ภายใต้การจัดทำฐานข้อมูลใหม่นี้ หน้าเว็บไซด์ของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทั่วโลก จะเปิดให้คนที่เป็นแฟนคลับประเทศไทยเข้ามาลงทะเบียนเพื่อเป็นจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลไว้ จากนั้นให้สิทธิพิเศษคนกลุ่มนี้สำหรับเข้าร่วมกิจกรรม โดย ททท.จะใช้แพลตฟอร์มของเทคโนโลยีที่มีอยู่เป็นช่องทางสื่อสารสองทาง เปิดช่องให้นักท่องเที่ยวมีปฏิสัมพันธ์กลับมา ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับข้อมูลอย่างเดียว ในอนาคตอาจพัฒนาเป็นลอยัลตี้ โปรแกรม โดยที่ ททท.ไปแสวงหาพันธมิตรภาคเอกชนเป็นสปอนเซอร์ จัดสรรรางวัลตอบแทนการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละสำนักงานก็จะออกแบบกิจกรรมมาเพื่อให้ตรงกับความสนใจของแต่ละตลาดโดยเฉพาะ”

ฐาปนีย์ ยกตัวด้วยอย่างว่า จากโครงการแรกที่นำร่องไปแล้วอย่าง Discover the other you มีกระแสการตอบรับที่ดีมาก หลังจากที่ ททท. นำธีมเรื่อง “การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” (Creative Tourism) มาเชื่อมโยง ชักชวนให้นักท่องเที่ยวก้าวข้ามการท่องเที่ยวในรูปแบบดั้งเดิม และเข้ามาสู่การท่องเที่ยว “เชิงลึก” ที่ได้ลงมือ“ปฏิบัติ” ในกิจกรรมที่ร้อยเรียงใกล้ชิดกับวัฒนธรรม ประเพณี และชุมชนของไทย เช่น มาเรียนรู้การชกมวย เรียนการทอผ้า การนวดไทย การทำอาหารไทย เรียนนาฏศิลป์ไทย และการเรียนทำนา โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวชมคลิปตัวอย่าง จากนั้นก็เลือกกิจกรรมที่ตนเองสนใจในการสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อชิงแพ็คเกจมาเที่ยวประเทศไทย และจะได้เข้าร่วมเวิร์คช้อปในกิจกรรมที่ตนเองเลือกเข้ามา

“ทุกวันนี้ทุกอุตสาหกรรมต่างหากลยุทธ์เพื่อซื้อใจลูกค้า ในด้านการแข่งขันของการท่องเที่ยวระดับเอเชีย ไทย ก็มีคู่แข่งที่ค่อนข้างกระตือรือร้นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย สิงคโปร์ การเจาะเข้าถึงจิตวิญญาณนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการใช้มาร์เก็ตติ้ง 3.0 จึงเป็นส่วนสำคัญที่เริ่มนำมาใช้มากขึ้น และไทยก็ไม่สามารถละเลยกระแสดังกล่าวได้เช่นกัน” ฐาปนีย์ กล่าว