วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ส.ขอนแก่น'ลดส่งออกหลังค่าเงินผันผวน

ส.ขอนแก่น ปรับทิศดำเนินธุรกิจ ลดตลาดส่งออก หันสร้างแบรนด์ลุยตลาดในประเทศ หลังค่าเงินผันผวน

นายเจริญ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูปจากเนื้อสุกร เปิดเผยถึงแผนดำเนินธุรกิจในปี 2556 ว่า จากข้อจำกัดด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ส่งผลต่อนโยบายธุรกิจปีนี้ที่จะลดสัดส่วนการส่งออกลง โดยหันมามุ่งเน้นทำตลาดในประเทศมากขึ้น โดยต่อยอดจุดแข็งความเป็นผู้นำอาหารพื้นเมือง ซึ่งมีทั้งธุรกิจต้นน้ำและปลายน้ำ ขยายไลน์มาสู่ 3 กลุ่มธุรกิจที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่อง โดยชูกลุ่มอาหารแช่แข็ง ภายใต้แบรนด์ “ข้าวขาหมูยูนนาน” และ “ทวีต” และกลุ่มธุรกิจร้านอาหารจานด่วน (QSR) “แซบ เอ็กซ์เพรส” และกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว “อองเทร่ และ”มูชิ” เข้ามาเป็นหัวหอกในการดำเนินธุรกิจ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์กับคนรุ่นใหม่

ทั้งนี้กลุ่มอาหารแช่แข็ง วางแผนจะขยายในช่องทางร้านสะดวกซื้อ ซึ่งที่ผ่านมีอัตราการเติบโตกว่า 70% อีกทั้งวางแผนขยายธุรกิจ “ข้าวขาหมูยูนนาน” เข้าไปในฟู้ดส์คอร์ท และรูปแบบร้านอาหารจีนที่ตกแต่งในสไตล์ยูนนาน ขยายสาขาในสถานีบริการน้ำมันบางจาก และปตท.ตามหัวเมืองต่างจังหวัด โดยตั้งเป้าเปิด 40 สาขาภายในปีนี้

โดยในปีนี้จะใช้งบลงทุน 250 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต สร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างและเครื่องจักรในกลุ่มลูกชิ้นปลา 200 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตประมาณ 90% ที่เหลือเป็นการลงทุนในกลุ่มอาหารแช่แข็งในรูปแบบขนมหวานไทย

“ยุทธศาสตร์ในปีนี้ จะตอกย้ำสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า โดยมีสินค้าอาหารพื้นเมืองที่แปรรูปจากเนื้อสุกรและอาหารแปรรูปจากทะเล เป็นสิ่งที่สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ และเป็นจะเป็นฐานที่แข็งแกร่งสู่การรุกธุรกิจใหม่ โดยขยายตลาดผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด และร้านสะดวกซื้อ และร้านโชว์ห่วยทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อผลักดันยอดขายและทำกำไรต่อหน่วยให้สูงขึ้นอีกด้วย”

ด้านนโยบายขยายธุรกิจในต่างประเทศ จากที่ผ่านมีโรงงานในประเทศโปแลนด์ ในปีนี้จะเข้าไปทำธุรกิจในลักษณะร่วมทุนกับโรงงานผลิตสินค้าในประเทศฮอลแลนด์ นอกจากนี้แผนระยะ 3 ปีจะขยายตลาดไปประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีพฤติกรรมการบริโภคคล้ายกับอาหารไทย โดยอยู่ในระหว่างเจรจาเข้าไปตั้งโรงงานร่วมกับผู้ผลิตสินค้าในประเทศเวียดนาม หากข้อตกลงบรรลุผลจะเริ่มผลิตสินค้าภายในปีนี้ รวมถึงการแต่งตั้งตัวแทนนำเข้าสินค้าไปขายในประเทศ ลาว พม่า เวียดนาม กัมพูชา และประเทศในตะวันออกทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างฐานที่แข็งแกร่งรองรับการเปิด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558

ขณะเดียวกัน ได้ทำแผนรองรับนโยบายค่าแรง 300 บาท โดยได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยการนำเข้าเครื่องจักรจากยุโรปมาประยุกต์ใช้สำหรับการผลิตอาหารและการบรรจุสินค้า ซึ่งสามารถลดต้นทุนทางด้านแรงงานได้โดยไม่ต้องขึ้นราคาสินค้า

“ผลจากการดำเนินธุรกิจ ตั้งเป้ายอดขายปี 2556 มีอัตราการเติบโต 15% แบ่งสัดส่วนยอดขายจากกลุ่มสินค้าพื้นเมือง 47% ลูกชิ้น 30% อาหารแช่แข็ง 15% และขนมขบเคี้ยว 8% และแบ่งเป็นสัดส่วนยอดขายในประเทศ 90% และต่างประเทศ 10%” นายเจริญกล่าว