วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ณัฐวุฒิ'ย้ำค่าแรง300ไม่กระทบกิจการเจ๊ง

ธุรกิจเกิดใหม่ก.พ. ลดลง 0.1% จำนวน 5,736 ราย ส่วนเลิกกิจการลด 13% จำนวน 664 ราย "ณัฐวุฒิ" ยันค่าแรงไม่กระทบกิจการเจ๊ง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถิติการจดทะเบียนนิติบุคลเดือนก.พ. 2556 พบว่า นิติบุคคลที่มีการจัดตั้งใหม่ก.พ. มีจำนวน 5,736 ราย ลดลง 0.1% เทียบกับก.พ. 2555 และลดลง 29% เทียบกับม.ค. 2556 โดยมีมูลค่าการจดทะเบียนจัดตั้ง 3.57 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้นิติบุคคลจัดตั้งใหม่ 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) 2556 มีจำนวน 6,960 ราย เพิ่มขึ้น 23% เทียบกับช่วงเดียวกัน 2555

ทั้งนี้ ธุรกิจที่มีการจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรกในเดือนก.พ. ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป 518 ราย อสังหาริมทรัพย์ 334 ราย บริการนันทนาการ 324 ราย แบ่งเป็น ธุรกิจสลาก 267 ราย หรือสัดส่วน 82% ที่เหลือเป็นธุรกิจเกี่ยวกับจัดนิทรรศการ จัดหานางแบบ และคาราโอเกะ ประมาณ 18%

ขณะที่ นิติบุคคลเลิกกิจการเดือนก.พ. 2556 มีจำนวน 664 ราย ลดลดง 13% เทียบกับก.พ. 2555 และลดลง 44% เทียบกับม.ค. 2556 มีทุนจดทะเบียนเลิกจำนวน 1,692 ล้านบาท ส่งผลให้นิติบุคคลจดทะเบียนเลิก 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) มีจำนวน 933 ราย ลดลง 34% เทียบกับช่วงเดียวกัน 2555

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หากเปรียบเทียบสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งและจดทะเบียนเลิกในเดือนก.พ. พบว่าการจัดตั้งใหม่มากกว่าการเลิกกิจการถึง 9 เท่า แสดงให้เห็นว่านโยบายการปรับขึ้นค่าแรงวันละ 300 บาท ทั่วประเทศ ไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับภาคธุรกิจจนต้องปิดกิจการ เพราะยอดการเลิกกิจการลดน้อยลงมาก
ส่วนธุรกิจก.พ.ที่มีการจัดตั้งน้อยกว่าช่วงม.ค.ปีเดียวกันมาก เป็นเพราะการจัดตั้งในเดือนม.ค.ที่ผ่านมามียอดจำนวนมาก ซึ่งทำลายสถิติสูงสุดในรอบ 111 ปี นับตั้งแต่มีการจดทะเบียนนิติบุคคลขึ้นมา

นอกจากนี้ ยังมองว่าแนวโน้มการจดทะเบียนในเดือนก.พ. ยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นต่อสภาพเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันและนโยบายของรัฐบาล เช่น การเสริมสภาพคล่องในโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน การลดอัตราภาษีนิติบุคคลเหลือ 20% และการขยายโครงการบ้านหลักแรกออกไปถึง 29 มี.ค. 2556 จะส่งผลดีต่อธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป

ปัจจุบัน มีห้างหุ้นส่วนบริษัทจำกัดดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศจำนวน 5.38 แสนราย มีทุนจดทะเบียน 10.72 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 3.67 แสนราย บริษัทมหาชน 992 ราย และห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 1.70 แสนราย

สำหรับโครงการสนับสนุนธุรกิจค้าปลีกรายย่อย (โชห่วย) ยืนยันว่าการปรับภาพลักษณ์จากโชห่วยเป็นโชว์สวย ไม่ใช่เป็นแค่แคมเปญรณรงค์เพื่อชื่อที่สวยงาม แต่ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นที่จะช่วยเหลือโชห่วยอย่างจริงจังทั้งการอบรมพัฒนาสร้างธุรกิจให้มีความแข็งแรง มีออกแบบตกแต่งร้านให้ดูทันสมัยน่าเข้าไปจับจ่ายใช้สอย ซึ่งจะมี 2 โมเดล คือพื้นที่ 5 ตร.ม.
และพื้นที่ 10 ตร.ม. และจะมีการหารือกับสถาบันการเงินเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการด้วย

"โชสวยของผม คือโชว์สวย มีการผลัดกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่พูดลอยๆขึ้นมา เพราะมีการประสานผู้ผลิต สมาคมที่เกี่ยวกับค้าปลีกค้าส่งมาร่วมมือ และสถานบันการเงิน และไม่ได้คิดว่าหากร้านโชห่วยยังใช้ชื่อเดิม แล้วโครงการจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่ได้เอาชื่อมาเป็นดัชนีชี้วัด"นายณัฐวุฒิกล่าว