ผ่านพ้นช่วงเลวร้ายแล้ว รอลุ้นผลตอบรับธุรกิจใหม่เพย์ทีวี GMM Z
เริ่มต้นใหม่อีกครั้งกับธุรกิจเพย์ทีวี GMM Z อย่างเต็มรูปแบบ
ปี 2555 ที่ผ่านมา GRAMMY มีผลประกอบการขาดทุนราว 350 ล้านบาท เนื่องจากอยู่ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจใหม่เพย์ทีวี GMM Z ซึ่งยังไม่สามารถหารายได้เนื่องจากความล่าช้าของการรอรับใบอนุญาตประกอบกิจการแต่มีค่าใช้จ่ายเข้ามาแล้วจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ปี 2556 GRAMMY กลับมาเริ่มธุรกิจเพย์ทีวี GMM Z ใหม่อีกครั้งด้วยความพร้อมที่มากขึ้น โดยได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจาก กสทช. แล้วตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อเดือน ก.พ. 2556 ที่ผ่านมา โดยผู้บริการตั้งเป้ายอดขายกล่อง GMM Z จำนวน 1 – 1.5 ล้านกล่องในปี 2556 และตั้งเป้ายอดสมาชิกที่ราว 15 – 20% ของยอดขายกล่องสะสม
ยอดขายกล่อง GMM Z และยอดสมาชิก คือ ตัวชี้วัดความสำเร็จ
เราประเมินว่าตัวชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจเพย์ทีวี GMM Z ของ GRAMMY คือ ยอดจำหน่ายกล่อง GMM Z และยอดสมาชิก (ค่าสมาชิก 200 – 400 บาทต่อเดือน) ยิ่งถ้ามีการเติบโตอย่างรวดเร็วแค่ไหนโอกาสที่ผลประกอบการโดยรวมของ GRAMMY จะพลิกกลับมาเป็นกำไรก็จะยิ่งรวดเร็วเท่านั้น ทั้งนี้ ปี 2555 GRAMMY มีผลขาดทุนประมาณ 350 ล้านบาท เราคาดว่าเกิดจากผลขาดทุนของธุรกิจเพย์ทีวี GMM Z ประมาณ 1 พันล้านบาท ในขณะที่ธุรกิจหลักเดิมยังคงมีกำไรราว 600 – 700 ล้านบาท ทั้งนี้ ธุรกิจหลักเดิมที่มีการเติบโตโดดเด่น ได้แก่ โชว์บิซ (+36%) การจัดกิจกรรม (+36%) และทีวีดาวเทียม (+35%) ขณะที่ธุรกิจเพลงหดตัวลง (-10%) ตามภาวะอุตสาหกรรม
ประมาณการผลงานเป็น 2 กรณี Conservative และ Aggressive
เราประมาณการผลประกอบการของ GRAMMY 2 กรณี คือ (1) การเติบโตของธุรกิจเพย์ทีวี GMM Z อย่างค่อยเป็นค่อยไป (Conservative) คาดปี 2556 GRAMMY จะยังมีผลขาดทุนราว 164 ล้านบาท ก่อนที่จะพลิกมาเป็นกำไร 349 ล้านบาท ในปี 2557 และ (2) การเติบโตของธุรกิจเพย์ทีวี GMM Z อย่างรวดเร็ว (Aggressive) คาดผลประกอบการจะพลิกเป็นกำไรตั้งแต่ปี 2556 ที่ราว 61 ล้านบาท และจะเติบโตเป็น 830 ล้านบาท ในปี 2557 ซึ่งเราให้น้ำหนักความน่าจะเป็นของกรณีที่ (1) มากกว่า
ลุ้นผลตอบรับเพย์ทีวี GMM Z ต่อไป (Down-side - 18%, Up-side + 50%)
เราประเมินมูลค่าเหมาะสมหุ้น GRAMMY ด้วยวิธีถ่วงน้ำหนักความน่าจะเป็น (70% Conservative / 30% Aggressive) ได้มูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 24.90 บาท โดยมี Down-side (- 18%) ต่อกรณี 100% Conservative ที่ 19.90 บาท และมี Up-side (+ 50%) ต่อกรณี 100% Aggressive ที่ 36.50 บาท เราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” เพื่อติดตามผลตอบรับธุรกิจเพย์ทีวี GMM Z อย่างใกล้ชิดต่อไป









