หุ้น Top Picks ของสัปดาห์นี้ ได้แก่ AMATA
• เศรษฐกิจไทยเดือนม.ค.56 ยังได้รับแรงส่งที่ดีจาก 4Q55 โดยการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวดี ภาคท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง และการส่งออกมีการฟื้นตัว แต่การผลิตชะลอตัวลงเล็กน้อยเพราะขาดแคลนบางวัตถุดิบ เช่น อ้อย รวมทั้งการผลิต HDD และหลอดอิเล็กทรอนิกส์ลดลงตามอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอ แต่การผลิตรถยนต์ยังอยู่ในระดับสูง ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนเดือน ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนเติบโต 22%YoY และ 0.6%MoM ในเดือนม.ค.56 นำโดยการเติบโตของหมวดก่อสร้าง ภาคท่องเที่ยวอยู่ในเกณฑ์ดี จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนม.ค.56 เพิ่มขึ้น 13.9%YoY นำโดยนักท่องเที่ยวจากจีน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคตมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกของเศรษฐกิจในไตรมาส 2/56
• มูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น 15.6%YoY ในเดือนม.ค.56 นำโดยกลุ่มเกษตร, อิเล็กทรอนิกส์, ยานยนต์, โลหะและเหล็ก, ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้นมากถึง 38.4%YoY ในเดือนนี้ เพราะราคาพลังงานสูงขึ้น มีการนำเข้าทองคำ สินค้าอุปโภคบริโภค รถยนต์ วัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะได้รับแรงหนุนจากเงินบาทแข็งค่า ทำให้เดือนม.ค.55 ขาดดุลการค้าสูงถึง 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามเดือนก.พ.56 เงินบาทแข็งค่าน้อยลง โดยธปท.กล่าวว่าสัดส่วนการซื้อพันธบัตรระยะยาวของต่างชาติมากขึ้น (YTD ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรกว่า 8 หมื่นล้านบาท แต่ขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 5.9 พันล้านบาท
• โดยภาพรวมเห็นว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค การลงทุน และท่องเที่ยวในประเทศยังสดใสต่อเนื่องในปี 56 สอดคล้องกับคาดการณ์ผลประกอบการปี 56 ของฝ่ายวิจัยฯ DBSV ที่ประเมินว่าอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิต่อทุน (EPS) ของกลุ่มดังกล่าวจะขยายตัวสูงเป็นเลข 2 หลัก และประมาณการว่ากำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่เราทำการวิเคราะห์จะขยายตัว 20.9% กลุ่มที่เราให้น้ำหนักการลงทุนเป็น Overweight คือ ธนาคารพาณิชย์, วัสดุก่อสร้าง, อสังหาริมทรัพย์ และขนส่ง เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแรง มีการเติบโตของกำไรสุทธิสูง และมี PEG ต่ำกว่า 1 เท่า
คาดการณ์กำไรสุทธิปี 56 ของกลุ่มหลักทรัพย์ใน DBSV Coverage
หุ้น Top Picks ของสัปดาห์นี้ ได้แก่
AMATA : ผู้บริหารตั้งเป้ายอดขายที่ดินในปี 2556 ไว้ที่ 3,000 ไร่ ซึ่งจะได้รับปัจจัยหนุนจากการย้ายฐานการผลิตของผู้ลงทุนชาวญี่ปุ่นและชาวจีนมายังประเทศไทย โดยอุตสาหกรรมหลักยังคงเป็นอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อย่างไรก็ดี เราตั้งสมมติฐานยอดขายที่ดินจะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงแข็งแกร่ง ที่ประมาณ 2,300 ไร่ ในปีนี้ และ 2,600 ไร่ในปีหน้า ณ สิ้นปี 2555 รายได้รอรับรู้อยู่ในระดับสูงถึง 6 พันล้านบาท ทำให้กระแสรายได้ในปีนี้และมีหน้ามีความมั่นคงมาก แนะนำซื้อ
โดยเห็นว่าราคาหุ้นยังน่าจะมีแรงส่งจาก 1) แผนการนำบริษัทย่อยคือ Amata VN เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ 2) การขายโรงไฟฟ้า 2 แห่ง โดยบริษัทในเครือคือ Amata B.Grimm Power ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 14% เข้ากองทุนโครงสร้างพื้นฐานในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 และ 3) แนวโน้มผลดำเนินงานของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคที่แข็งแกร่งในปี 56-57 ให้ราคาพื้นฐาน 28 บาท (RNAV)









