"สกนธ์"เผยยากรัฐบาลทำงานร่วมกับว่าที่ผู้ว่ากทม. ที่จะขับเคลื่อนนโยบายได้จริง เพราะพ.ร.บ.ปี2528 เขียนไว้กว้างมาก
นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์"กรุงเทพธุรกิจทีวี"เรื่อง"อุปสรรคนโยบายไร้รอยต่อรัฐบาล-กทม." หลังจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ ชินวัตร ว่าที่ผู้ว่ากทม. รับปากกันว่าจะทำงานไร้รอยต่อ แต่ในความเป็นจริงสามารถทำงานด้วยกันมากมากน้อยแค่ไหน ในเมื่อการบริหารงานกทม.มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งต่างพรรคกันกับรัฐบาลกลางที่มาจากพรรคเพื่อไทย
นายสกลธ์ กล่าวว่า การที่นายกฯออกมารับปากจะทำงานแบบไร้รอยต่อกับว่าที่ผู้ว่ากทม.ที่ได้รับการเลือกตั้งมาเมื่อวันที่3 มี.ค.ที่ผ่านมา มีความสำคัญมากที่กทม.จะบริหารร่วมกันกับรัฐบาลที่จะดูแลการคลังกทม. แต่เมื่อดูพระราชบัญญัติกทม.ปี 2528 แล้วพบว่าเขียนไว้กว้างมาก บางหน่วยงานทำในพื้นที่กทม.เช่นแฮพอร์ตลิ้งขึ้นกับกระทรวงคมนาคม ขสมก.หน่วยงานขึ้นกับกระทรวงคมนาคม รถไฟฟ้าบีทีเอสขึ้นกับกรุงเทพมหานคร แต่กระทรวงอยู่ภายใต้รัฐบาล อย่างที่มีปัญหาเรื่องกรณีต่อสัญญารถไฟฟ้าบีทีเอส มีการทับซ้อนกันระหว่างกทม.และกระทรวงมหาดไทย
นายสกนธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนฐานะการเงิน การคลัง ภาษี กทม.ยังต้องได้เงินอุดหนุนค่อนข้างมากจากรัฐบาลกลาง จึงต้องอาศัยรัฐบาลกลางช่วยเหลือทางการเงิน ดังนั้นอุปสรรคที่สำคัญคือการประกาศนโยบายของว่าที่ผู้ว่ากทม.ไว้แล้ว โดยที่กทม.ต้องดูแลมหานครเอง และจำนวนประชากรมากกว่า 10 ล้านคน ถ้าม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ผู้ว่ากทม.ประสานงานกับรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพ และบทบาทเชิงรุกทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน ขณะที่กระทรวงมหาดไทยกำกับกทม. โดยที่คนกทม.ได้ตัดสินใจเลือกแล้ว
นอกจากนี้ เรื่องรายได้กทม.ไม่ต่างจากอบต. เทศบาล แต่การปรับปรุงโครงสร้างรายได้ ปรับปรุงฐานะกทม.มีความจำเป็น ที่ผ่านมาสถาบันจัดอันดับ ทริสต์ มีการประเมินฐานะการคลังได้AAA+ ถือว่าหเป็นหน่วยงานค่อนข้างดี กทม.สามารถพึ่งตนเองได้จากการกู้ยืม แต่การที่กทม.อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงมหาดไทย ถ้าหากดูฐานะการคลังของกทม.ในแต่ละปีมีรายได้กว่า 5 หมื่นล้านบาท เงินส่วนนี้จ่ายเงินเดือนข้าราชการกทม.แล้ว เม็ดเงินที่เหลือไม่เพียงพอในการลงทุน
"ในส่วนรายได้กทม.เองสามารถหารายได้ใหม่ๆได้ จากการเก็บภาษีเช่นภาษีสิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สิน และภาษีการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม แต่สามารถขับเคลื่อนผลักดันได้หรือไม่ รัฐบาลจะมีความจริงใจมากน้อยแค่ไหน ในทางวิชาการที่ผ่านมาบอกได้ว่าไม่สามารถขับเคลื่อนได้จริง"นายสกลธ์ กล่าว









