สร้างฐานธุรกิจผลักดันกำไรกลับมาเติบโตอย่างมั่นคง
กระแส 3G ปลุกตลาด Smart phone ต่างจังหวัด
การให้บริการ 3G คลื่น 850/900 MHz ครอบคลุมหลายจังหวัดและการเติบโตของการใช้งาน Non voice ผลักดันตลาด Smart phone เติบโตรวดเร็ว โดยปีนี้ SIM ตั้งเป้าหมายยอดขายเครื่อง โทรศัพท์ 3.3 ล้านเครื่อง เน้นจำหน่าย Smart phone เพิ่มเป็น 2.3 ล้านเครื่อง จาก 6 แสนเครื่องในปี 2555 หรือมีสัดส่วน Smart phone เพิ่มเป็น 70% เรามองว่าสัดส่วน Smart phone ที่เพิ่มขึ้น และความได้เปรียบ Product mix ราคาเครื่องครอบคลุมกลุ่มลูกค้าวงกว้างจะเป็นมีโอกาสขยายตลาดสู่ต่างจังหวัด และได้ประโยชน์จากราคาขายเครื่องเฉลี่ยสูงขึ้น
บริการ MVNO เพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ
เดือน มี.ค.นี้ TOT เตรียมเปิดบริการ TOT 3G เป็นทางการและจะทำสัญญา MVNO ใหม่กับบริษัทซึ่งเป็นผู้ร่วมให้บริการ MVNO เดิม ภายใต้สัญญาใหม่ SIM มีโอกาสได้สิทธิใช้ความจุคลื่นความถี่ 40% และสามารถทำตลาดครอบคลุมทั้งรายใหญ่-รายย่อย อิงประมาณการของเราคาดว่าปีนี้ SIM จะมีสัดส่วนรายได้จากการให้บริการ MVNO เพิ่มขึ้นเป็น 4% จาก 2% ในปี 2555 มองเป็นบวกต่อการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring revenue) นอกจากนี้การทำตลาดได้ทั้งรายใหญ่และรายย่อย ทำให้คาดว่า SIM มีโอกาสให้บริการ MVNO ร่วมกับพันธมิตรและต่อยอดบริการให้มีความหลากหลาย สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
คาดฐานกำไร 3 ปีข้างหน้ากลับมาเติบโตอย่างมั่นคง
เราคาดกำไรสุทธิของ SIM ในปี 2556 ไว้ที่ 483 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 191% YoY จากธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและการให้บริการ MVNO ที่หนุนรายได้เติบโต 48% YoY มี Gross margin ดีขึ้นเป็น 21.5% แนวโน้มกำไรสุทธิ 3 ปีข้างหน้า คาดเติบโตต่อปี 64% เรามองว่าการเติบโตก้าวกระโดดของกำไรปีนี้และมีฐานกำไรระยะยาวเติบโตสม่ำเสมอจะทำให้หุ้น SIM กลับมาซื้อขายด้วยระดับ PE ต่ำลง อิงราคาปัจจุบันหุ้น SIM ซื้อขาย PE ปี 2556 ที่ 22.4 เท่า และมี PE ช่วงปี 2556-2558 เฉลี่ย 18.2 เท่า ทำให้ระยะยาวจะลดความเสี่ยงเรื่อง Cash balance
มีมูลค่าหุ้นเพิ่มอีก 0.45 บาทจากโครงการแท็บเล็ตแนะนำ “ซื้อ”
แนวโน้มกำไรสุทธิปีนี้กลับมาเติบโตก้าวกระโดดและฐานกำไรสุทธิที่จะเติบโตสม่ำเสมอจะลดความร้องแรงของ PE ในการซื้อขายและลดความเสี่ยงเรื่อง Cash balance เรามองว่าปัจจัยลบนี้ทำให้ราคาหุ้น SIM laggard เมื่อเทียบกับหุ้น SAMART และ SAMTEL นอกจากนี้เรามองว่าบริษัทยังมีปัจจัยบวกจากโครงการ “แท็บเล็ตโรงเรียน” เฟส 2 โดยประเมินจะมีมูลค่าเพิ่ม 0.45 บาทจากมูลค่าเหมาะสม 2.85 บาท และเป็นปัจจัยบวกเพิ่ม Upside จาก 13% เป็น 31%









