คาดกำไรสุทธิ 1Q56 แข็งแกร่งต่อเนื่อง คงคำแนะนำ ซื้อ
เชื่อกำไรสุทธิ 1Q56 เติบโตต่อเนื่อง
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกำไรสุทธิ 1Q56 หลังค่าการกลั่นฟื้นตัวในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นการตอบรับแผนหยุดซ่อมโรงกลั่นขนาดใหญ่ในภูมิภาค (ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน) โดยเฉพาะระหว่างเดือน มี.ค. – พ.ค. ทำให้เกิดการคาดหมายว่าจะมีกำลังการกลั่นลดลงต่อวัน 3 ล้านบาร์เรล ด้านธุรกิจปิโตรเคมี แม้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์จะเริ่มลดลง หลังเทศกาลตรุษจีน แต่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีในสหรัฐฯ มีการปรับโครงการวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เป็นปัจจัยที่ทำให้เราเชื่อว่าส่วนต่างราคาอะโรเมติกส์ทรงตัวในระดับสูง ปัจจุบันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำคัญทั้ง พาราไซลีน และ เบนซีน เพิ่มขึ้น 6% QoQ และ 3% QoQ ตามลำดับ เป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการ นอกจากนี้แนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% YTD จะทำให้ TOP และกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการกลั่นกลับมามี Stock Gain
ปรับกำไรสุทธิปี 2556 เพิ่ม 7% คาดทั้งปีคงเติบโต 21%YoY
เราปรับประมาณการปี 2556 เพิ่มขึ้นหลังจาก TOP วางแผนสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากโครงการที่ได้รับ BOI ในปี 2556 ประมาณ 2.9 พันล้านบาท สูงกว่าที่เราประเมินไว้ก่อนหน้า หลังจากที่บริษัทมีการใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวในปี 2555 จำนวน 1.1 พันล้านบาท ประเด็นดังกล่าวทำให้เราคาดว่าภาระภาษีจ่ายในปีนี้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 เพิ่มเป็น 14,870 ล้านบาท เติบโต 21% YoY และเพิ่ม 7% จากประมาณการเดิม
ผลประกอบการ 1H56 เติบโตโดดเด่นจากกำลังการผลิตในภูมิภาคที่ลดลง
เราคาดว่า 60% ของกำไรสุทธิที่เราคาดการณ์ไว้ทั้งปี 2556 จะเกิดขึ้นใน 1H56 จากความไม่สมดุลของอุตสาหกรรมการกลั่นและปิโตรเคมี โดยข้อมูลจาก TOP พบว่าจะมีโรงกลั่นและอะโรเมติกส์ในภูมิภาค จำนวนมากมีแผนหยุดซ่อม ประกอบกับกำลังการผลิตใหม่ของกลุ่มอะโรเมติกส์ คาดว่าจะไม่สามารถเดินเครื่องได้ตามกำหนด (เดิมคาดว่าจะมีกำลังการผลิตพาราไซลีนใหม่เริ่มดำเนินการผลิตใน 1H56) อย่างไรก็ตามอุปทานของธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีจะกลับมาเพิ่มขึ้นใน 2H56 ทั้งที่หยุดซ่อมใน 1H56 และกำลังการผลิตใหม่ที่เลื่อนมาจะมาเริ่มดำเนินการผลิตใน 2H56 เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ









