วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อ่อนตัวรับ

ตลาดหุ้นเอเชียฯ เช้านี้ สูงขึ้นเล็กน้อย ยกเว้นญี่ปุ่น พุ่ง +1.74%

ผลประชุม G-20 Meeting สุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา ไม่ต่างจากผลประชุม G-7 เน้นปล่อยค่าเงินไปตามกลไกตลาด และไม่มีมาตรการแทรกแซง (คาดค่าเงินเยนกลับมาอ่อนค่ารอบใหม่เช้านี้+0.32% )


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันนี้ปิดทำการเนื่องในวัน President Day


ตลาดฯ ออกมาตรการลดเก็งกำไร หุ้นติด Cash Balance นานขึ้นเป็น 6 จาก 3 สัปดาห์ มีผล 1 มี.ค. (ช่วยลดกระแสกังวล ต่อการออกมาตรการเข้มงวดอื่นๆ ในเร็วๆ นี้)


Fund Flow สัปดาห์ก่อน ต่างชาติขายตลาดหุ้นไทย ขณะที่ยังคงซื้อตลาดหุ้นอินเดีย ญี่ปุ่น อินโดฯ (ดูรายงาน)


แรงซื้อหนุนตลาดฯ ยังคงมาจาก กองทุนในประเทศ ซื้อเพิ่ม+1.27 พันลบ. จาก +780 ลบ. ส่วนฝรั่งและพอร์ตโบรก ขายต่อ -1.89 พันลบ. และ -159 ลบ. จาก -71 ลบ.และ -37 ลบ.(St-Correction)


คาดดัชนีฯ Sideway Up แนวต้าน 1527/1535 จุด แนวรับ1515/1510 จุด การผ่อนคลายกระแส Currency War หลังสิ้นสุดผลประชุม G-20 สุดสัปดาห์ทีผ่านมา (ดูรายละเอียดข้างในเล่ม) และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยอาจเติบโตสูงกว่าคาดการณ์ (4Q55F GDP Thailand อยู่ที่ +15.2%y-y Vs 3Q55 +3.2%y-yh) รวมถึง ความชัดเจนของมาตรการควบคุมหุ้นเก็งกำไร (ตลาดฯ ออกเกณฑ์ให้อยู่ใน Cash Balance นานขึ้นเป็น 6 จากเดิม 3 สัปดาห์ เท่านั้น ) และการลุ้นกนง. ลดดอกเบี้ยในการประชุม 20 ก.พ. (Surprise) จะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นไทย


เราแนะนำ 1. THAI INTUCH/ BEC HMPRO SVI BCP ฯลฯ ประเด็น รายงานงบการเงินและปันผลดี 2. หุ้นได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง (SIRI AP ออกโปรโมชั่นขายคอนโดฯ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มียอดจอง สูง) และเช่าซื้อ KK TCAP 3. หุ้นที่หลุดจาก Cash Balance วันแรก ได้แก่ CIG ESTAR GRAND IEC JMT LL UV และเตรียมหลุด Cash Balance สัปดาห์น้า ได้แก่ EE ERW ITD PLE RML TRUE ทั้งนี้ เราคงจุดขายล็อคกำไร สำหรับการเล่นรอบไว้ที่ 1510 จุด