วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'น้ำผลไม้-ชาเขียว' จ่อขึ้นราคารับภาษีใหม่

ผู้ประกอบการน้ำผลไม้-ชาเขียว ขู่ขึ้นราคา หลังสรรพสามิตส่งสัญญาณขึ้นภาษี "มาลี-อิชิตัน" ชี้กระทบต้นทุนทั้งระบบ

นายฉัตรชัย บุญรัตน์ ประธานกรรมการบริษัท มาลีสามพราน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่กรมสรรพสามติจะปรับโครงสร้างภาษีน้ำผลไม้นั้น หากดำเนินการจริงควรจะลงลึกในรายละเอียดของเครื่องดื่มทุกเซ็กเมนต์ไม่เพียงน้ำผลไม้ เพราะที่ผ่านมามีผู้ประกอบการที่ยังระบุส่วนผสมของน้ำผลไม้บนฉลาก หรือข้างกล่อง เพื่อหาช่องเลี่ยงภาษีอยู่ ขณะที่เครื่องดื่มบางประเภทมีการจัดเก็บภาษีไม่เหมาะสม เช่น เครื่องดื่มกาแฟ และเครื่องดื่มชูกำลัง ที่วัดปริมาณคาเฟอีนแตกต่างกัน โดยกาแฟถือเป็นคาเฟอีนธรรมชาติ ขณะที่เครื่องดื่มชูกำลังถือเป็นคาเฟอีนสังเคราะห์ หรือเครื่องดื่มบางเซ็กเมนต์อ้างว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง

ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะตามหลังการปรับโครงสร้างภาษีจะมี 2 ส่วน คือ ด้านราคาสินค้าเชื่อว่าจะต้องปรับราคาแน่นอน ส่วนจะมากน้อยแค่ไหน ยังไม่สามารถบอกได้ และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ทำให้ต้องปรับตัวแน่นอน แต่ไม่ได้เป็นปัญหา ส่วนฝั่งผู้บริโภคเชื่อว่าหากราคาสินค้าปรับขึ้น การบริโภคน้ำผลไม้พรีเมียม หรือ 100% ซึ่งจะมีราคาแพงก็อาจปรับตัวลดลง

“เห็นด้วยในภาพใหญ่ที่รัฐบาลจะปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่ม เพื่อนำรายได้ไปพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันก็จะช่วยควบคุมสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ให้ถึงมือผู้บริโภค ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพซึ่งจะเป็นภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในอนาคต นโยบายหลักถูกต้อง แต่ควรจะปรับโครงสร้างทั้งหมดและดูรายละเอียดเครื่องดื่มทุกเซ็กเมนต์ หากผู้ประกอบการรายใดที่จะได้รับผลกระทบอาจต้องควรจะรวมตัวกันเพื่อหารือกับภาครัฐและเสนอแนะการปรับโครงสร้างภาษีที่เหมาะสม” นายฉัตรชัย กล่าว

ด้าน นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด ให้ความเห็นว่า หากมีการขึ้นภาษีเครื่องดื่มชาเขียว คงไม่กระทบการแข่งขันในตลาดมากนัก เพราะผู้ประกอบการทุกรายได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ และเชื่อว่าจะมีผลต่อราคาสินค้าให้ขยับเพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ต้องการให้รัฐทบทวนหากปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่ม โดยเฉพาะการให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว เพราะบางรายเพิ่งลงทุนไปไม่นาน อาจได้รับผลกระทบเนื่องจากต้นทุนการผลิตจะสูงขึ้นทันที

“การขึ้นภาษีคงไม่ทำให้การแข่งขันลดลง การแข่งขันคงเท่าเดิมเพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องแข่งขันกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรโมชั่นต่างๆเพื่อกระตุ้นยอดขาย ส่วนราคาสินค้าจะมีผลให้การบริโภคชาเขียวลดลงหรือไม่ ยังประเมินไม่ได้ ขณะที่การปรับขึ้นอัตราภาษีเครื่องดื่มใส่น้ำตาล โดยเฉพาะตลาดชาเขียว คาดว่าจะส่งผลต่อมูลค่าตลาดให้เปลี่ยนแปลงไป มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากราคาขายที่เพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน อาจปรับตัวลดลงตามการบริโภคด้วย ทั้งหมดผู้ประกอบการยังต้องติดตามนโยบายรัฐว่าจะส่งผลในทิศทางใด”นายตัน กล่าว

สำหรับภาพรวมตลาดเครื่องดื่มพบว่ามีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดน้ำอัดลม 4.4 หมื่นล้านบาท ตลาดชาเขียว 1.3 หมื่นล้านบาท น้ำผลไม้ทุกเซ็กเมนต์กว่า 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นตลาดน้ำผลไม้ 100% มูลค่าราว 4,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นระดับกลาง(เน็กซ์ต้า)และตลาดล่าง