ทายาทอากู๋ แกรมมี่ "ฟ้าใหม่-ระฟ้า" นั่งบริหาร "จีเอ็มเอ็มแซท"เต็มตัว ประกาศทิศทางธุรกิจปี56 โหมบรอดแคสต์ ดันยอดกล่อง-ลุยเพย์ทีวี
หลังจากนายธนา เธียรอัจฉริยะ ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทจีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด ในช่วงสิ้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา การขับเคลื่อนธุรกิจบรอดแคสติ้งจากนี้ ทั้ง "ฟ้าใหม่ และระฟ้า ดำรงชัยธรรม" ทายาท อากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามามีบทบาทในการบริหารองค์กรอย่างเต็มตัว พร้อมประกาศทิศทางธุรกิจจีเอ็มเอ็ม แซท ในปี 56 มุ่งสู่ Gmm Z Revolution 2013
นายฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มงานแพลตฟอร์ม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจของจีเอ็มเอ็ม แซทในปีนี้ จะมุ่งขยายธุรกิจในกลุ่มบรอดแคสต์ ประกอบไปด้วยธุรกิจแพลตฟอร์ม การจำหน่ายกล่องรับสัญญาณ"จีเอ็มเอ็ม แซท" โดยวางเป้าหมายยอดขายปีนี้ 1.5 ล้านกล่อง เน้นรุ่นสมาร์ทที่มีระบบเข้ารหัสสัญญาณขั้นสูง (CA) 60% รุ่นมินิเจาะตลาดเสาก้างปลา 30% และรุ่นเอชดี ที่จะเปิดตัวในเดือนมี.ค.นี้ ราว 10% ดังนั้นในสิ้นปีนี้จะมีกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท อยู่ในตลาดรวม 3 ล้านกล่อง
จากแผนการขยายตลาดกล่องดังกล่าว บริษัทจึงได้ต่อยอดจากธุรกิจแพลตฟอร์มด้วยการเปิดตัวธุรกิจเพย์ทีวีแบบเติมเงิน หรือพรีเพดในเดือน ก.พ.นี้ โดยรับชมผ่านกล่องจีเอ็มเอ็มแซทรุ่นสมาร์ท วางเป้าหมายสมาชิกหรือลูกค้าที่สนใจซื้อบัตรเติมเงินเพย์ทีวี ราว 20% ของลูกค้ากล่องจีเอ็มเอ็มแซท รวมสิ้นปีนี้ราว 6 แสนราย
"เทรนด์การรับชมช่องรายการทั่วโลกเป็นรูปแบบเพย์ทีวีหรือเคเบิลทีวี ในสัดส่วน 80-90% ซึ่งจีเอ็มเอ็มแซท จะมุ่งขยายธุรกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเพิ่มช่องรายการใหม่ๆ ทั้งช่องปกติและเอชดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยมีความพร้อมด้านแพลตฟอร์มกล่อง คอนเทนท์ และทรานสปอนเดอร์ ที่ได้ทำสัญญาเช่าจากไทยคม 6 ไว้พร้อมแล้ว" นายฟ้าใหม่ กล่าว
ในปีนี้บริษัทวางแผนงบลงทุนซื้อคอนเทนท์และผลิตกล่องรับสัญญาณรวม 3,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีรายได้ปีนี้ 3,000 ล้านบาทเช่นกัน โดยเป็นผลการดำเนินการคุ้มทุน เนื่องจากธุรกิจแพลตฟอร์มต้องใช้งบลงทุนจำนวนมากในช่วงแรก ทั้งนี้รายได้จากธุรกิจบรอดแคสต์มีสัดส่วน 20% ของผลประกอบการช่วง 9 เดือนแรกปี55 โดยกำลังอยู่ระหว่างสรุปตัวเลขทั้งปีแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างไรก็ตามคาดว่าภายใน 3-5 ปี จากนี้ธุรกิจบรอดแคสต์จะทำรายได้หลักให้จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ในสัดส่วน 50%
นอกจากนี้ แกรมมี่ได้เตรียมแผนขยายธุรกิจ "ทีวีดิจิทัล" โดยต้องการประมูลช่องบริการธุรกิจ 3 ช่อง คือ ช่องวาไรตี้เอชดี ,ช่องเด็ก และช่องข่าว แต่จะเป็นไปตามเงื่อนไขการประมูลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการกำหนดเพดานการประมูลช่องรายการ
โดยนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ระบุว่าเตรียมงบประมาณไว้ราว 2,000 ล้านบาทสำหรับลงทุนทีวีดิจิทัล
ทางด้าน นายระฟ้า ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มงาน คอนเทนท์ แมเนจเม้นต์ บริษัทจีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด กล่าวว่า ได้เปิดตัวธุรกิจเพย์ทีวี ในรูปแบบเติมเงินหรือระบบพรีเพดสำหรับการรับชมช่องรายการ แบ่งเป็น 3 แพ็คเกจ คือ แพ็คเกจบันเทิง 4 ช่อง เดือนละ 200 บาท แพ็คเกจกีฬา 4 ช่อง 300 บาท แพ็คเกจคอมโบกีฬาและบันเทิง 8 ช่อง เดือนละ 400 บาท โดยซื้อบัตรเติมเงินได้ที่ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านตัวแทนจำหน่ายจานดาวเทียม เป็นต้น
ในปีนี้วางแผนจะเพิ่มช่องรายการใหม่อีก 3 ช่องจากต่างประเทศระบบเอชดี แบ่งเป็นบันเทิง 2 ช่อง และกีฬา 1 ช่อง









