วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TSC : ซื้อ

กำไรดีกว่าคาด ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง

กำไร 1Q56 ดีกว่าคาด 31% พลิกจากปีก่อนขาดทุนและเติบโต 31% QoQ


TSC รายงานกำไรงวด 1Q56 (ต.ค.-ธ.ค.55) ดีกว่าที่เราคาดถึง 31% มีกำไร 87 ล้านบาท เนื่องจากควบคุมค่าใช้จ่ายในการและบริหารได้ดีกว่าคาด โดยยอดขายยังคงทรงตัวสูงใกล้เคียง 4Q55 (ก.ค.-ก.ย.55) เติบโต 203% YoY แม้ว่าจะมีวันหยุดยาวช่วงปีใหม่และ TSC อยู่ระหว่างโยกย้ายการผลิตเข้าโรงงานใหม่ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเล็กน้อยและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นจึงทำให้กำไรเพิ่มขึ้น 31% QoQ และพลิกจาก 1Q55 (ต.ค.-ธ.ค.54) ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมทำให้ TSC มีผลขาดทุน 17 ล้านบาท


แนวโน้มกำไรปี 2556 เติบโตโดดเด่นกว่า 113% YoY


ผลประกอบการปี 2556 (ต.ค. 55–ก.ย. 56) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์และ TSC ได้เปิดโรงงานใหม่เมื่อปลายปี 2555 ทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม 30 – 40% นอกจากนี้ ตามงวดบัญชีปี 2555 ของ TSC (ต.ค. 54–ก.ย. 55) ยังเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้เราคาดกำไรงวดปี 2556 ของ TSC จะเติบโตก้าวกระโดดกว่า 113% YoY เป็น 293 ล้านบาท ทั้งนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีความเสี่ยงจากความเปราะบางของการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลกเนื่องจากต้องพึ่งพิงการส่งออกมากขึ้นหลังแรงส่งจากนโยบายรถคันแรกเริ่มอ่อนแรงในช่วง 2H56


ได้ประโยชน์จากแผนการลงทุนเพิ่มของ “ฮอนด้า” ซึ่งเป็นลูกค้าหลัก


TSC เป็น 1 ในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ (AUTO) ที่จะได้ประโยชน์มากจากแผนการลงทุนขยายกำลังการผลิตของ “ฮอนด้า” กว่า 2 หมื่นล้านบาท (เพิ่มกำลังการผลิตจาก 2.4 ล้านคัน เป็น 4.2 ล้านคัน) ที่ได้ประกาศออกมาก่อนหน้านี้ เนื่องจาก TSC มี “ฮอนด้า” เป็นลูกค้ารายใหญ่ มีสัดส่วนขายประมาณ 30% ของยอดขายรวม จึงมีโอกาสที่จะได้รับออร์เดอร์จาก “ฮอนด้า” มากขึ้น


ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนกำไรดีกว่าคาด หลังอ่อนตัวลงตั้งแต่ขึ้น XD


เมื่อพิจารณาที่ระดับราคาหุ้น TSC พบว่านับตั้งแต่วันขึ้นเครื่องหมาย XD (5 ก.พ.) ราคาหุ้น TSC ปรับตัวลดลง 1.20 บาท มากกว่าเงินปันผลที่ประกาศจ่ายจำนวน 0.50 บาทต่อหุ้น และมีส่วนต่างราคาเมื่อเทียบกับมูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินถึง 22% เราจึงมองว่าราคาหุ้น TSC ยังไม่สะท้อนผลกำไรที่ออกมาดีกว่าคาด และมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในปี 2556 เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 15.30 บาท (เทียบเท่า P/E Ratio ’56 ที่ 13 – 14 เท่า)