วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ล้มเวิลด์เอ็กซ์โป ความเชื่อถือประเทศหาย

"เกรียงไกร"ระบุหากโครงการเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป ถูกล้มจริงๆ ทำให้ความน่าเชื่อประเทศไทยในเวทีโลกเสียหาย

นายเกรียงไกร กาญจนะโภคินผู้บริหารบริษัท อินเด็กซ์ ให้สัมภาษณ์"กรุงเทพธุรกิจทีวี"เรื่อง อัพเดทความพร้อม"เอ็กซโป"ไทย หลังจากนายนิวัฒนธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า จะทบทวนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ล่าสุดของการที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพเวิลด์เอ็กซโป ต้องเรียนอย่างนี้ว่าเราเองยังอยู่ในขั้นตอนของการบิดในระบบบีไออี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับ ผิดชอบในการรีดดิ้งแต่ละประเทศ ตอนนี้เราอยู่ในฐานะปกติที่ยังเป็นประเทศที่เสนอตัวแข่งกับอีก 4ประเทศ ก็คือ รัสเซีย ตุรกี ดูไบและบราซิล ก็ยังอยู่ในสถานการณ์ปกติ ซึ่งประเทศไทยเราได้เสนอตัวใน การบิดมาตั้งแต่ปี 2010 แล้ว จากนั้นเราก็เสนอตัวอย่างเข้าอยู่ในขั้นตอนของการบิดอย่างต่อเนื่องตอนนี้ยังไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องในแง่ของการเข้าเสนอตัว อันนี้ในระบบของบีไออีในโปรเจคขั้นตอนต่างๆ ยังอยู่ในขั้นตอนปกติ

นายเกรียงไกร กล่าวว่าตอนนี้งานจะแบ่งเป็น 2 ส่วนชัดเจน ส่วนแรกทางบีไออี เรียกขั้นตอนนี้ว่า ขั้นตอนในแง่ของเชิงเทคนิค พูด ง่ายๆ ว่าประเทศไทย จะต้องเลือกสถานที่จัดงาน ศึกษาความเป็นไปได้ในทางเศรษฐกิจ ดูวางแผนทั้งหมด ว่า ในพื้นที่ที่จะจัดงานนี้ จะต้องมีระบบคมนาคมขนส่งอย่างไร จะมีการบริหารจัดการอย่างไร เมื่อ 2อาทิตย์ที่แล้ว ทางบีไออี และประเทศสมาชิกอีก 4 ประเทศ รวมทั้งหมด 9 คน ได้เข้ามาเรียกว่า"เอ็นไควรี่ มิ ชชั่น" เพื่อสำรวจความพร้อมประเทศไทย เราสามารถตอบเขาได้ในเกือบทุกคำถาม มีบางคำถามที่คณะกรรมการไม่สามารถจะตอบได้ ซึ่งต้องเป็นนโยบายของรัฐบาล แต่ถ้าในเชิงเทคนิคเราตอบเขาได้ทุกคำถาม เพราะทุกอย่างถูกศึกษามาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว

"ในเชิงเทคนิค ยังมีอีกส่วนที่สำคัญก็คือ การที่รัฐบาลไทยจะต้องหาเสียงกับสมาชิกอีก 160 กว่า ประเทศ เพื่อให้โหวตประเทศไทย การโหวตจะไม่เหมือนฟุตบอลโลก ที่มีคณะกรรมการ 20 ประเทศเลือก แต่อันนี้จะเป็นการที่สมาชิก 1 ชาติ มี 1 เสียง เพราะฉะนั้น ตอนนี้คณะกรรมการที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ชุด ก็คือ ชุดที่ทำงานเทคนิคตอนนี้ ทำทุกอย่างครบถ้วนเกือบหมดแล้ว ก็จะเหลืออีก 2 ครั้ง ในเดือนมิ.ย. ที่เราจะต้องไปนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง และอีกครั้งก็คือ พ.ย.ซึ่งจะเป็นการโหวตอย่างเป็นทางการ เพราะฉะนั้น ตอนนี้งานส่วนที่2 ก็คืองานหากเสียงตรงนี้ต่างหากที่เรียกว่าสำคัญที่สุด งานตรงด้าน เทคนิคจริงๆ แล้ว ต้องบอกว่าถ้าเราได้รับเลือกมีโอกาสปรับ เปลี่ยนแปลง อะไรได้อีกเยอะ เพราะเป็น หน้าที่ของประเทศเจ้าภาพจะต้องทำงานให้สำเร็จ แต่ส่วนที่สำคัญก็คือเรายังไม่ได้หาเสียงอะไรเลย"นายเกรียงไกร กล่าว

นายเกรียงไกร กล่าวด้วยว่า หากรัฐบาลบอกว่าโครงการนี้ต้องล้มจริงๆอย่างแรก ก็คือ ชื่อเสียงของประเทศ อย่างแรกก็คือเรื่องของบิดติ้งของประเทศไทย รัฐบาล ชุดปัจจุบันประกาศเป็นวาระแห่งชาติในการบิดเอ็กซโปเข้ามาในประเทศไทย เป็นรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งทำให้ความน่าเชื่อประเทศไทยในเวทีโลกก็เสียหายแน่ๆ ในแง่ชื่อเสียง เพราะว่าทำไมไม่ศึกษาให้ดีก่อน เพราะนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล อีกอย่างหนึ่งก็ คืองบประมาณที่รัฐบาลได้ใช้ไปในการศึกษา แล้วก็ทุกขั้นตอนถูกใช้ไปแล้ว ซึ่งตรงนี้ก็จะกลายมาเป็น อะไรที่ต้องเรียกว่าอัดเตอเรส จากตรงนี้ และเราเองก็ไม่แน่ใจว่า

"ในขั้นตอน ณ ขณะนี้ถ้าเรายกเลิกจริงๆ ทางบีไออีคงมีค่าปรับ ค่าอะไรอีก ซึ่งตรงนี้ต้องดูในขั้นตอนต่อๆไป ขยายความนิดหนึ่งมีหลายๆ คนไป เปรียบเทียบเอาเวิลด์เอ็กซโปกับโอลิกปิก แล้วยกตัวอย่างประเทศกรีกที่มีปัญหาอยู่ เวิลด์เอ็กซโปกับ โอลิมปิก แตกต่างกัน โอลิกปิกประเทศเจ้าภาพต้องสร้างทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสนามกีฬา ไม่ว่าจะเป็นที่พักอะไรต่างๆ แล้วก็มีนักกีฬาของแต่ละประเทศจะมาแข่ง แล้วก็แข่งประมาณ 1 เดือนจบ แต่อันนี้ไม่ใช่ เวิลด์เอ็กซโปคือ ประเทศเจ้าภาพจะเตรียมความพร้อมของพื้นที่ในการจัดงาน และแต่ละประเทศจะมาลง ทุนสร้างพาวิลเลี่ยนเอง ตัวผมเองในฐานะเป็นคนที่ทำไทยแลนด์พาวิลเลี่ยน ที่ยองซูที่เกาหลีแล้วก็ที่เซี่ยงไฮ้ ต้องบอกว่างบประมาณส่วนใหญ่ของประเทศไทยที่ได้มาถูกใช้ในประเทศหลักนั้นหมด นั่น หมายความว่า งบลงทุนของเรา เหมือนเราเตรียมพื้นที่ให้พร้อม แล้วคนอื่นมาลงทุนต่อ เพราะฉะนั้นเงินที่ เราได้จะมหาศาล แล้วก็จะมีจำนวนคนที่เข้ามาจากที่เราคาดการณ์ไว้ คาดการณ์มีผู้ชมประมาณ 37 ล้านคน จะเป็นคนไทยประมาณ 29 ล้านคน เป็นต่างชาติอีก 8 ล้านคน ในช่วงเวลาแค่ 6 เดือนเอง"นายเกรียงไกร กล่าวทิ้งท้าย