วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นมไทย-เดนมาร์คทุ่ม800ล.ตั้งรง.ลำปาง

นมไทย-เดนมาร์ค ทุ่ม 800 ล้านบาท ผุดโรงงานลำปางรองรับตลาดภาคเหนือตอนบน ส่งพม่า-จีนหลังเจรจารุดหน้า

นายนพดล ตันวิเชียร รองผู้อำนวยการทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งชาติ (อ.ส.ค.) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนมไทย-เดนมาร์ค เปิดเผยกลยุทธ์และทิศทางการตลาดในปี 2556 ของนมไทย-เดนมาร์คว่า ในปีที่ผ่านมา นมไทย-เดนมาร์ค มียอดรายได้เติบโตราว 20-30% ต่อปี ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมนมพร้อมดื่ม มีมูลค่าราว 15,000 ล้านบาท ไทย-เดนมาร์คมีส่วนแบ่งอยู่ราว 30% ในกลุ่มนมยูเอชที ที่ใช้นมสดผลิตมีส่วนแบ่งตลาดอันดับสอง ซึ่งผู้เล่นหลักมีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลากหลาย คือ ทั้งนมพาสเจอร์ไรส์ยูเอชที และนมเปรี้ยว

กลยุทธ์สำคัญในการทำตลาดต่างประเทศ ที่ผ่านมานมไทย-เดนมาร์คได้จำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านตัวแทนจำหน่าย ทั้งในกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ส่วนในพม่า ที่ผ่านมาค้าขายกันตามแนวชายแดน แต่ขณะนี้มีตัวแทนจำหน่ายเข้ามาเจรจาขอเป็นตัวแทนจำหน่ายในพม่าแล้ว ซึ่งในประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ มีความนิยมและเชื่อมั่นในสินค้าจากประเทศไทยเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งเพราะได้รับอิทธิพลจากสื่อโทรทัศน์ และศิลปินจากเมืองไทย แม้ว่าสินค้าไทยที่เข้าไปจำหน่ายจะราคาสูงกว่าราว 20-30% โดยรายได้จากการจัดจำหน่ายในต่างประเทศนั้นอยู่ที่ราว 300 ล้านบาท

สำหรับตลาดจีนและเวียดนาม ช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีการร่วมประชุมหารือกับนักธุรกิจตัวแทนจำหน่ายนมของประเทศเวียดนามและจีน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกและหาแนวทางส่งเสริมการขายสินค้านมและผลิตภัณฑ์ของ อ.ส.ค.เข้าสู่ตลาดประเทศเวียดนามและจีน อยู่ระหว่างการเจรจาถึงความเป็นไปได้ในการผลิตว่าจะเป็นการผลิต เชื่อว่าหากการเจรจาบรรลุข้อตกลง จะเป็นโอกาสสำคัญในการบุกตลาดจีน เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังกังวลต่อคุณภาพและมาตรฐาน ในแบรนด์สินค้าที่ผลิตในจีนเอง นับเป็นโอกาสที่ดีเพราะตลาดการบริโภคจีนนั้นยังมีมูลค่ามหาศาล ที่ อ.ส.ค.เองต้องวางแผนการผลิตให้รัดกุมเป็นอย่างดี

“ในปีนี้ อ.ส.ค.ได้เดินหน้าเพื่อสร้างโรงงานในพื้นที่ จ.ลำปาง และปรับปรุงเครื่องจักร มูลค่า 800 ล้านบาท เพื่อรองรับการผลิตและจัดจำหน่ายในพื้นที่เขตภาคเหนือตอนบน ที่ตลาดกำลังเติบโตต่อเนื่องประกอบกับมีแผนที่จะทำตลาดในพม่าและจีนอนาคต ซึ่งจะสามารถผลิตได้ไม่น้อยกว่า 140 ตันต่อวันเสริมโรงงานเชียงใหม่ผลิตได้ราว 10 ตันต่อวัน ซึ่งจะทำให้เราสามารถเข้มแข็งในพื้นที่ภาคเหนือยิ่งขึ้นในการกระจายสินค้า”

ปัจจุบัน อ.ส.ค.มีโรงงานผลิตทั้งหมด 5 โรงงาน คือ มวกเหล็ก, เชียงใหม่, ขอนแก่น, สุโขทัยและปราณบุรี สามารถรองรับน้ำนมดิบได้ราวเฉลี่ย วันละ 500 ตันต่อวัน โดยโรงงานที่ จ.ลำปาง จะเริ่มก่อสร้างราวไตรมาส 3 ของปีนี้ และแล้วเสร็จในปี 2558 เชื่อว่าจะเสร็จทันต่อการเปิดเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในขณะเดียวกันก็ได้ดำเนินการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ที่เคยใช้งานมาตลอดระยะเวลา 20-25 ปีให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสมบูรณ์มากขึ้น โดยรูปแบบของเครื่องจักรก็จะเป็นระบบที่พึ่งแรงงานคนน้อยที่สุด ลดปัญหาขาดแรงงานในกระบวนการผลิตหลังเปิดเออีซี ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัญหาที่รุนแรงขึ้น

ส่วนตลาดในประเทศ กลยุทธ์สำคัญในปี 2556 อ.ส.ค.จะออกผลิตภัณฑ์นมใหม่ คือ โยเกิร์ตพร้อมดื่ม ยูเอชที ภายใต้แบรนด์ ไทย-เดนมาร์ค เพื่อเพิ่มช่องทางการขายให้มากขึ้น โดยในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ของ อ.ส.ค.จะเปิดตัว นมโยเกิร์ตพร้อมดื่มผสมคอลลาเจน พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์และภาพยนตร์โฆษณาใหม่ ประมาณเดือนพ.ค.นี้ โดยย้ำในจุดแข็งสำคัญของนมไทย-เดนมาร์ค คือ ใช้นมโคสดแท้ 100% ในการผลิต ทำให้โยเกิร์ตพร้อมดื่มของนมไทย-เดนมาร์ค มีรสหอมนุ่ม และเข้มข้นในเนื้อนมสดกว่านมผสมนมผง โดยมีทั้งหมด 4 รสชาติ คือ สับปะรด สตรอเบอรี่ เลม่อน และส้ม โดยเตรียมงบประมาณในการทำตลาดดังกล่าวราว 100 ล้านบาท

“ตั้งเป้าใน 5 ปี อ.ส.ค.จะเพิ่มยอดขายนมไทย-เดนมาร์คในตลาดต่างประเทศให้ได้ 1,000 ล้านบาทต่อปี จากเดิมที่มียอดขายเพียง 200 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งเพิ่มยอดขายทั้งในและต่างประเทศให้เป็น 10,000 ล้านบาทต่อปี จากปัจจุบันที่มียอดขายรวมที่ 6,500 ล้านบาท และมั่นใจว่า นมไทย-เดนมาร์ค จะเป็นเหมือนโลโก้ ไทยเฟรชมิลค์ของคนไทย” นายนพดล ย้ำ