อดีตขุนคลัง "ทนง พิทยะ" อัดรมว.คลัง "กิตติรัตน์ ณ ระนอง"ร่อนหนังสือถึงแบงก์ชาติให้รับผิดชอบนโยบาย "ไม่เหมาะสม-ไม่เคยมีในอดีต"
"กรุงเทพธุรกิจทีวี" เกาะติดประเด็นร้อนคลังบีบคณะกรรมกานโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ขณะนี้อยู่ในระดับ 2.75% เพื่อลดการเก็งกำไรตลาดตราสารหนี้ ตลาดหุ้น และช่วยลดแรงกดดันการแข็งค่าของเงินบาท...สัมภาษณ์ ทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง วิพากษ์การทำงานของ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ออกมาส่งสัญญาณชัดเจน ทั้งด้วย "วาจา" และร่อนหนังสือ อย่างเป็น "ลายลักษณ์อักษร" เพื่อกดดันแบงก์ชาติลดดอกเบี้ย...(คำต่อคำ)
ถาม อาจารย์เองเป็นรัฐมนตรีคลังมาก่อน ตอนนี้กำลังวิพากษ์วิจารณ์ถึงที่คุณกิตติรัตน์ทำหนังสือจดหมายถึงบอร์ดแบงก์ชาติว่าเหมือนกดดัน บางคนถึงกับบอกว่าเข้าข่ายข่มขู่ด้วยซ้ำไปว่าต้องบีบกดดันให้ กนง.ลดดอกเบี้ย
ตอบ ผมว่าไม่ดี สำหรับผมก็คือว่ายิ่งทำมันก็ยิ่งทำให้แบงก์ชาติมีปฏิกิริยาตอบโต้โดยที่ทำให้ลดดอกเบี้ยช้าลงด้วยซ้ำ เขาก็จะรักษาแนวทางของเขาไว้ และก็พยายามบอกคุณส่งมา ผมก็บอกผมไม่แคร์ และเสร็จแล้วมันก็ไม่มี มันก็แค่ได้ไปบอกว่าคุณต้องรับผิดชอบนะ เขาก็รับผิดชอบอยู่แล้ว ถูกต้องไหมครับเขาก็รับผิดชอบอยู่แล้ว ฉะนั้นผมเชื่อว่า รัฐมนตรีคลังกับผู้ว่าการควรจะคุยกันนอกรอบมากกว่า ผมว่าควรจะคุยนอกรอบกันให้เข้าใจว่าอะไรคืออะไร และก็ปัญหาจริงๆ อยู่ที่ไหน และมาตรการที่แบงก์ชาติกับ ก.คลังควรจะเห็นพ้องต้องกันคืออะไร คือแบงก์ชาติเองก็ต้องคอยดูปริมาณเงินบาทในระบบอยู่แล้ว ถ้าตอนนี้เงินมันไหลเข้ามารัฐบาลเองก็เอาเงินจากระบบออกไปใช้และอัดฉีดเข้ามาในระบบผ่านการที่งบประมาณขาดดุล แบงก์ชาติก็ต้องดูทั้ง 2 ด้านว่าตรงไหนเป็นอะไรและก็ความพอดีของปริมาณเงินอยู่ที่ไหน แต่ว่านโยบายอัตราดอกเบี้ยนั้นไม่ได้ชะลอปริมาณเงิน ไม่ได้ลดความต้องการเงินกู้ เพราะว่ามันมีเงินไหลเข้ามาทดแทนได้
ถาม เพราะฉะนั้นศาสตร์และศิลป์ในการทำงานร่วมกับผู้ว่าการแบงก์ชาติจะทำอย่างไร
ตอบ ผมว่ามันต้องคุยกันและก็พยายามเข้าใจ
ถาม เขาก็คุยกันอยู่นะ
ตอบ เพราะฉะนั้นมันไม่มีความจำเป็นต้องส่งจดหมาย
ถาม ในอดีตเคยมีไหม
ตอบ ไม่มี
ถาม และอาจารย์ทำยังไง
ตอบ สมัยผมที่ท่านหม่อมปรีดิยาธรท่านเป็นผู้ว่าการ ก็โทรศัพท์คุยกันตลอด บางทีผมแวะไปหาที่แบงก์ชาติก็มี บางทีท่านก็มาหาผมที่กระทรวงการคลัง ต่างคนต่างก็ชี้แจงความจำเป็น และเสร็จแล้ว รมต.คลังก็มีสิทธิบอก พี่หม่อม ผมจำเป็นต้องแถลงต่อประชาชนนะว่าผมไม่เห็นด้วยกับแบงก์ชาติ เขาก็บอกว่ทำไปเลย แต่เขาก็จะพยายามบอกว่าสิ่งที่แบงก์ชาติกำลังจะทำคืออะไร เพราะอะไร
ถาม คือต่างคนต่างบอกในจุดยืนของตัวเอง
ตอบ แต่ก็ในที่สุดแล้วมันก็คุยกันได้ ถึงเวลามันเห็นปัญหาร่วมกันได้ เพราะข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจมันมี ข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจโดยแบงก์ชาติก็ต้องมารายงานรัฐบาลอยู่ ข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจที่กระทรวงการคลังมีก็รายงานรัฐบาล ข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจที่สภาพัฒน์ทำก็รายงานรัฐบาล ฉะนั้นก็สามารถจะเปรียบเทียบได้ว่าใครถูกใครผิด มันสามารถจะเปรียบเทียบได้ว่าแต่ละคนเห็นความสำคัญคนละด้าน ฉะนั้นความพอดีอยู่ตรงกลางทำยังไงดี มันก็มีสิทธิที่จะทำได้ แต่เราจะไปก้าวก่ายหน้าที่แบงก์ชาติไม่ได้ เรามีสิทธิเพียงแต่บอกได้ว่าท่านผู้ว่าการต้องระวังเรื่องนี้หน่อยนะ
ถาม ดอกเบี้ยควรลดลงนะอะไรอย่างเนี้ย แต่ทางคลังเขาก็บอกมาตลอด
ตอบ ไม่ต้องบอก เราไม่ต้องบอกว่าดอกเบี้ยควรจะลดลง ท่านต้องระวังเรื่องการไหลเข้าของเงิน เพราะว่ามันเข้ามามากเกินไปมันจะทำให้เศรษฐกิจกลายเป็นฟองสบู่ได้ เพราะฉะนั้นแบงก์ชาติก็ต้องไปกลับดูว่านโยบายอะไรที่จะทำให้ได้ผล ท่านต้องระวังอย่าไปดูแลค่าเงินบาทแบบนี้ เพราะท่านอาจจะขาดทุนมากขึ้นอีก และก็จะมีปัญหาในระยะยาวได้ เรามีสิทธิที่จะพูดได้








