วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับขึ้นเล็กน้อย

ทางเราคาดว่าตลาดไทยวันนี้มีโอกาสปรับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจาก ราคาน้ำมันดิบ Dubai ปรับขึ้น และค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

อีกทั้งราคาหุ้นในภูมิภาคส่วนใหญ่ รวมทั้งดัชนีดาวโจนส์อยู่ในแดนบวก

แนวรับ/แนวต้าน: 1494/1511

กลยุทธ์ : เก็งกำไรหุ้นที่มีข่าวดีสนับสนุน

สัดส่วนการลงทุน: เงินสด 40%: พอร์ตหุ้น 60%

นักลงทุนระยะสั้น: เก็งกำไร ITD, BBL, ERW, PF, AI

นักลงทุนระยะยาว: ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน และหุ้นที่ให้ปันผลสูง และหุ้นที่แนะนำให้ซื้อและถือยาว คือ TTW , WHA , BGH , CPALL


จับข่าวมาเก็งกำไร

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม.รับทราบว่าการพิจารณาผู้ผ่านการคัดเลือกกรอบแนวคิด เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย โดยเบื้องต้นมีกลุ่มบริษัทที่ผ่านคัดเลือก 6 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มบริษัท วอเตอร์รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น (K Water) จากประเทศเกาหลีใต้, กลุ่ม ITD-POWER China JV ซึ่งมี ITD รวมอยู่ด้วย, กลุ่มกิจการร่วมค้าทีมไทยแลนด์ ซึ่งมี CK และ CNT รวมอยู่ด้วย, กิจการร่วมค้าซัมมิท เอสยูที, กิจการร่วมค้า ญี่ปุ่น-ไทย ซึ่ง UNIQ รวมอยู่ด้วย และสุดท้าย กลุ่มกิจการร่วมค้าล็อกซเล่ย์ ซึ่งมี LOXLEY รวมอยู่ด้วย และเบื้องต้นคาดว่าจะเซ็นต์สัญญาในเดือนเม.ย.’56 และเริ่มก่อสร้างทันที คาดว่าทั้ง 10 โครงการจะแล้วเสร็จภายใน 5 ปี (แนะนำซื้อ ITD)


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน


ปัจจัยภายในประเทศ

+มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 56 จะทำให้การใช้จ่ายทั่วประเทศ 4.5 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 12.3% สูงสุดในรอบ 8 ปี โดยกรุงเทพและปริมณฑลมีการใช้จ่ายสูงสุดถึง 1.69 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว

+ประธานกรรมการ ธปท. เปิดเผยว่ากระแสเงินทุนไหลเข้าในช่วงต้นปี 56 นี้เพื่อกินส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโนบายที่อยู่ที่ 2.75% ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น โดย ธปท.ต้องเข้าแทรกแทรงเพื่อลดการแข็งค่าและออกพันธบัตรเพื่อดูดซับสภาพคล่องที่เกิดจากการแทรกแซง


ปัจจัยต่างประเทศ

+ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 99.21 จุดหรือ 0.71% ปิดที่ 13,979.30 หลังดัชนีภาคบริการของสหรัฐเติบโตเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันและดัชนีฝ่ายจัดซื้อทั้งภาคบริการและการผลิตในเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 3% จากเดือน ธ.ค.อีกทั้งแนวโน้มผลประกอบการณ์ในไตรมาสที่ 4/55 ที่แข็งแกร่ง

+ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือน มี.ค. ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.47 ดอลลาร์หรือ 0.49% ปิดที่ 96.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในเดือน ม.ค. จากเดือน ธ.ค. ส่งสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แม้ว่าสต็อกน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น 3.8 ล้านบาร์เรล