วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

GRAMMY : ทบทวน

เก็งกำไรโอกาสจากธุรกิจเพย์ทีวี GMM Z ที่จะเปิดตัวใหม่กลางเดือนนี้

ประเด็นข่าว


ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นร้อนแรงกว่า 13% วานนี้ (5 ก.พ.) ราคาหุ้น GRAMMY ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.40 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 13% มาปิดตลาดที่ระดับ 20.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นตลอดทั้งวันรวมกว่า 273 ล้านบาท โดยทำจุดสูงสุดของวันที่ 21.20 บาท และจุดต่ำสุดที่ 18.00 บาท สวนทางกับ SET Index ที่วานนี้ปิดปรับตัวลดลงราว 0.65 จุด หรือลดลง 0.04%


ผลกระทบ


เก็งกำไรโอกาสจากธุรกิจเพย์ทีวี GMM Z ที่ GRAMMY จะเริ่มทำการตลาดใหม่อีกครั้งในช่วงกลางเดือน ก.พ. 56 นี้ หลังจากที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจเพย์ทีวีจาก กสทช. แล้วเมื่อช่วงต้นปี 2556 โดยปัจจุบันมียอดจำหน่ายกล่อง GMM Z สะสมอยู่ที่ราว 1.2 ล้านกล่อง


ผลงานงวด 4Q55 อาจขาดทุนน้อยกว่าคาด เนื่องจากการตัดจ่ายค่าใช้จ่ายธุรกิจเพย์ทีวีอาจไม่สูงอย่างที่เราคาดเพราะ GRAMMY เพิ่งจะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการเพย์ทีวีจาก กสทช. เมื่อต้นปี 2556 ดังนั้น ค่าใช้จ่ายบางส่วนจึงอาจเลื่อนมาตัดจ่ายในปี 2556 แทน ซึ่งก่อนหน้านี้เราคาดว่า GRAMMY จะมีผลขาดทุนราว 500 – 600 ล้านบาท ในงวด 4Q55


โอกาสร่วมมือกับ CTH จากหุ้นเพิ่มทุนที่ยังเหลืออยู่ 20% ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยว่าพันธมิตรรายใดจะเข้ามาถือหุ้นในส่วนนี้ ขณะที่ GRAMMY ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่มีโอกาสจะร่วมเป็นพันธมิตรกับ CTH ซึ่งก่อนหน้านี้ GRAMMY และ CTH เคยเจรจากันแล้วในปี 2555 แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้


คำแนะนำ


ธุรกิจเพย์ทีวีปี 2556 มีความเสี่ยงสูง ในเชิงของการประเมินทางด้านปัจจัยพื้นฐาน เรามองว่าการลงทุนในธุรกิจเพย์ทีวี GMM Z ของ GRAMMY มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก มีต้นทุนการดำเนินงานปีละประมาณกว่า 1 พันล้านบาท ในขณะที่การแข่งขันมีแนวโน้มรุนแรงมากในปี 2556 จากการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่อย่าง CTH ที่มีจุดแข็งจากการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใกล้เคียงกับ GMM Z ทั้งนี้ เราอยู่ระหว่างติดตามผลตอบรับของผู้บริโภคหลัง GRAMMY ทำการตลาด GMM Z ใหม่อีกครั้ง แล้วจึงจะออกบทวิเคราะห์ฉบับเต็มอีกครั้ง (มูลค่าเหมาะสมเดิมอยู่ที่ 16.90 บาท)