ผอ.ศูนย์การลงทุนภาค2 สรุปโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนในรอบปี 55 อนุมัติไป 231 โครงการ ยอดเงินลงทุน 7.1 หมื่นล้าน
นางสาวชุติมา พุ่มศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 2 นครราชสีมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) )รับผิดชอบพื้นที่ 8 จังหวัด ( นครราชสีมา, บุรีรัมย์,อุบลราชธานี,สุรินทร์,ชัยภูมิ,ศรีสะเกษ,ยโสธร และ อำเจริญ) เปิดเผยว่า ภาวะส่งเสริมการลงทุนในรอบปี 2555 มีโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนรวม 231 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 71,062 ล้านบาท
โดยเป็นมูลค่าการลงทุนที่เพิ่มสูง เมื่อเทียบกับปี 2554 โดยอุตสาหกรรมที่มีผู้สนใจขอรับส่งเสริมการลงทุนเป็นอันดับหนึ่งคือ กิจการบริการและสาธารณูปโภคจำนวน 91 โครงการ อันดับ 2 คือ อุตสาหกรรมเกษตรและผลผลิตทางการเกษตรจำนวน 71 โครงการ รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง 19 โครงการ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ จำนวน 29 โครงการ จากโครงการทั้งหมดก่อให้เกิดการจ้างแรงงาน 27,807 คน ในจำนวนโครงการทั้งหมดพบว่า ทุนกระจุกตัวอยู่ที่ จังหวัดนครราชสีมา 90 โครงการ เงินลงทุนกว่า 28,609 ล้านบาท
สำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่และเป็นกิจการพลังงานทดแทน ซึ่งใช้เงินลงทุนสูง เช่น กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ รวมถึงกิจการที่ขยายกิจการ ได้แก่ กิจการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ กิจการผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะ ส่วนใหญ่การลงทุนกระจุกตัวอยู่ที่ จ.นครราชสีมาถึง 90 โครงการ เงินลงทุนกว่า 28,609 ล้านบาท สำหรับเดือนมกราคม พบว่ามีโครงการที่ยื่นเข้ามาเพื่อขอรับการส่งเสริมการลงทุน 10 โครงการด้วยกัน
ขณะที่ในปีนี้ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 2 นครราชสีมา ตั้งเป้าส่งเสริมการลงทุนปไว้ที่ 30,000 ล้านบาทซึ่งลดลงจากปี 2555 ที่มีมูลค่าลงทุนสูงถึงกว่า 7.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากในปีนี้ บีโอไอกำลังดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนใหม่ในระยะ 5 ปี (2556-2560) ซึ่งมีการปรับลดเงื่อนไขและยกเลิกการส่งเสริมการลงทุนในบางกิจการลง ที่อาจจะส่งผลต่อตัวเลขการลงทุนได้
อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าสังเกตคืออุตสาหกรรมประเภทสิ่งทอที่เคยขยายตัวในรอบ 5 ปี ที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้พบว่ามีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 90 โครงการในปี 2554 เหลือเพียง 10 โครงการในปี 2555 ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใน จ.ชัยภูมิ,นครราชสีมา, ขอนแก่น และเป็นการขยายกำลังการผลิตจากเดิม ปัจจัยที่ทำให้ไม่มีอุตสาหกรรมประเภทสิ่งทอเข้ามาขอรับการส่งเสริมการลงทุนเลย อาจเป็นเพราะอุตสาหกรรมดังกล่าวต้องใช้แรงงานค่อนข้างมาก การหาแรงงานป้อนในภาคการผลิตค่อนข้างลำบาก ประกอบกับค่าจ้างแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจึงทำให้ผู้ประกอบการด้านนี้ลดลงในแง่ที่จะขอรับการส่งเสริมการลงทุน หรืออาจเลือกที่จะไปลงทุนยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีแรงงานและค่าแรงถูกกว่า









