วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสิกรเกาะติดหนี้ครัวเรือนผวาเอ็นพีแอลพุ่ง

กสิกรไทยเกาะติดหนี้ครัวเรือน ผวาเอ็นพีแอลพุ่ง หลังสัญญาณผิดนัดชำระหนี้เริ่มสูงขึ้น สั่งเพิ่มทีมติดตามหนี้อีก 50 คน

นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) เปิดเผยว่า จากการที่สถานการณ์ภาพรวมภาระหนี้สินครัวเรือนในตลาดกำลังเป็นที่จับตามอง เนื่องจากแนวโน้มสินเชื่อรายย่อยในระบบการเงินมีการขยายตัวสูงขึ้นจนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความกังวล แม้ว่าเงินให้สินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลขยายตัวเพียง 21% แต่จะเห็นได้ว่าเป็นการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อส่วนบุคคลที่เติบโตสูงถึง 34% และ 36% ตามลำดับ จึงเป็นสัญญาณที่ต้องระมัดระวังมากขึ้นโดยเฉพาะการที่ลูกหนี้กู้เงินจากหลายสถาบันการเงิน

นอกจากนี้ ยังเห็นมีสัญญาณการชำระหนี้ที่ด้อยลง ซึ่งเมื่อเทียบปีต่อปีแล้วเริ่มเห็นสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนขึ้นไป (เอ็นพีแอล) ของหนี้รายย่อยเริ่มขยับเพิ่มสูงขึ้น โดยเอ็นพีแอลรายไตรมาสช่วงไตรมาสแรกของปี 2555 เริ่มผงกหัวขึ้น เริ่มผงกหัวขึ้น 3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนไตรมาส 2 และ 3 ปรับเพิ่มขึ้น 13% และ 25% ตามลำดับ โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของ ธปท. 37.8% และสินเชื่อบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้น 11.1%

ทั้งนี้ เอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2554 บางส่วนไม่สามารถฟื้นฟูได้แม้จะมีมาตรการผ่อนผันออกมาก็ตาม ทำให้เชื่อว่าในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 จะยังเห็นเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยก่อนจะทยอยลดลง หากสถานการณ์ปกติ

ในส่วนของธนาคารกสิกรไทยได้มีการประเมินคุณภาพพอร์ตสินเชื่อรายย่อยของธนาคารฯ พบว่าคุณภาพหนี้สินเชื่อรายย่อยของธนาคารฯ ยังไม่มีปัจจัยที่น่ากังวล โดยสัดส่วนยอดค้างชำระเกิน 3 เดือน (เอ็นพีแอล) ในพอร์ตสินเชื่อรายย่อยของธนาคารกสิกรไทย ปี 2555 อยู่ที่ประมาณ 1.60% อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระบบ ซึ่งอยู่ที่ 2.10% ด้านสัดส่วนยอดค้างชำระไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 14.27% ต่ำกว่าปี 2554 ซึ่งอยู่ที่ 15.14% รวมทั้งสัดส่วนการกดเงินสดจากบัตรเครดิตของลูกค้าธนาคารฯ มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน สะท้อนความเสี่ยงที่ลดลงของสินเชื่อบัตรเครดิตของธนาคาร

การที่ตัวเลขสินเชื่อรายย่อยของธนาคารกสิกรไทยมีคุณภาพสินเชื่อดีกว่าสภาพรวมของตลาดนั้น สะท้อนกลยุทธ์ของธนาคารในการเน้นคุณภาพสินเชื่อมากกว่าปริมาณ หลักการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางและมีการจัดแบ่งลูกค้าเป็นกลุ่ม เน้นกลุ่มลูกค้าที่สร้างคุณค่าให้ธนาคารฯ และมีศักยภาพในการผ่อนชำระหนี้

อย่างไรก็ดี ธนาคารกสิกรไทยยังคงความระมัดระวังในการบริหารจัดการการปล่อยสินเชื่อรายย่อย ภายใต้แนวทางการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม เพื่อให้การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อธนาคารฯ มีคุณภาพ โดยมีการเพิ่มทีมติดตามหนี้อีก 50 คน จากปัจจุบันที่มีอยู่ 300 คน และคาดว่าสิ้นปี 2556 สินเชื่อรายย่อยของธนาคารฯ จะขยายตัว 10-13%