วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังยันไม่ถึงขั้นควบเอสเอ็มอีแบงก์-ออมสิน

เปิดแผลเอสเอ็มอีแบงก์ลุยปล่อยกู้สนองนโยบาย-ขาดความโปร่งใส คลังบี้ส่งแผนเคลียร์หนี้เน่าก่อนเพิ่มทุน คลังยันยังไม่ถึงขั้นควบแบงก์ออมสิน

Morning News "กรุงเทพธุรกิจทีวี" ในช่วงเช้าของวันนี้ (5 ก.พ.) สัมภาษณ์ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ผ่าทางตันปัญหาหนี้เสียธนาคารวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) หลังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เตรียมเสนอให้มีการควบกิจการกับธนาคารออมสิน เพื่อแก้ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ซึ่งในเบื้องต้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าได้รับไฟเขียวจากนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรแล้ว...(คำต่อคำ)

ถาม แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ได้เห็นเป็นข่าวล่าสุดนั้นก็คือแนวทางที่ สสค.เสนอมาให้นำเอสเอ็มอีแบงก์ควบรวมกับธนาคารออมสิน มีโอกาสเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนคะ

ตอบ อ้อคงยังไม่ถึงขั้นนั้นนะครับ คือแบบว่าตลอดที่ผ่านมา ธนาคารเอสเอ็มอีจะปล่อยให้กับสินเชื่อที่กลุ่มเอสเอ็มอีที่อาจมีความเสี่ยงกับธนาคารทั่วไป เพื่อเป็นนโยบายในการที่จะส่งเสริมเอสเอ็มอี แล้วก็ตอนนี้ที่ผ่านมาก็มีว่าหนี้เสียที่เกิดขึ้นมา ซึ่งที่หนี้เสียที่เกิดขึ้นมามีตัวเลขที่สูงขึ้น อาจจะเกิดมาจากกลุ่มเป้าหมายที่ทางนโยบายรัฐบาลว่าต้องมีการส่งเสริม กับอีกส่วนเกิดจากความไม่ค่อยโปร่งใสในเชิงกระบวนการปล่อยสินเชื่อ ก็เลยตัวเลขต่างๆ มันก็มีตัวเอ็นพีแอลก็สูงขึ้นมาเป็นระยะ แล้วก็ล่าสุดได้ค้นพบว่ามีตัวเลขที่สูงขึ้นมา กระทรวงการคลังก็เลยสั่งการให้ทำแผนในการแก้ไขเอ็นพีแอลขึ้นมาให้ส่งภายในต้นปีนี้ มกรานี้ แล้วก็ตอนนี้แผนต่างๆ ก็ยังไม่ได้ขึ้นมาถึงกระทรวง แต่ว่าทีมงานของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเข้าไปช่วยดูพร้อมกับทางแบงก์ แล้วก็ตอนนี้ก็ยังอยู่ขั้นตอนในการดูว่าแผนเป็นอย่างไร แล้วก็จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ก็คงจะต้องมีการที่จะให้ทางธนาคารเอสเอ็มอีปรับโครงสร้างหนี้เป็นอันดับแรกกับหนี้ที่เคยปล่อยสินเชื่อไป ก็ตรงนี้อาจจะมีการดูว่าควรจะปรับได้มากน้อยแค่ไหน ก็เป็นประเด็นที่ฝ่ายจัดการประมวลต้องมาดูแล แต่ว่าตอนนี้เรื่องของการเสนอแผนที่จะแก้ไขเอ็นพีแอล ส่วนว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรตามที่ข่าวออกไปตอนนี้ยังไม่ได้มีการพิจารณาถึงขั้นนั้นนะครับ

ถาม ส่วนแนวทางที่กระทรวงการคลังพิจารณาจะใส่เงินเพิ่มทุนตัวเลขตามที่รายงานก่อนหน้านี้ประมาณ 1 พันล้านบาทจะเพียงพอไหมคะ

ตอบ ก็ตัวเลขที่จะเตรียมเป็นเงินงบประมาณที่ต้องขอแต่ละปี เราก็มีการเตรียมเงินไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งมันจะไม่ได้แก้ปัญหาเบ็ดเสร็จขนาดนั้น แต่ว่ามันก็เป็นการที่ธนาคารสามารถดำเนินการต่อได้ ใส่ทุนไปส่วนหนึ่งเพื่อให้ดำเนินการต่อได้ แต่ข้อสำคัญคือก่อนที่จะใส่ทุนลงไปใหม่ ได้มีการสั่งการว่าจะแก้ปัญหาเอ็นพีแอลแล้วเนี่ย กระบวนการในการปล่อยสินเชื่อทั้งหลายเขาก็มีการปรับปรุงตามข้อแนะนำที่แบงก์ชาติได้เสนอมาว่ามันต้องมีการให้มีความชัดเจนในเรื่องของดูความเสี่ยง ก็อยู่ขั้นตอนหนึ่ง เดี๋ยวดูกันตามแผนที่เสนอมาเนี่ย ท่านผู้จัดการใหม่ต้องเข้ามาดูอยู่ตอนนี้ ก็ดูซิว่าจะแก้ไขปัญหาได้ขนาดไหน

ถาม นอกเหลือจากแผนตอนนี้ที่ดำเนินการอยู่ถ้ามีความคืบหน้าจะมีการเพิ่มทุนเพิ่มเติมตามความก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหาหนี้เสียตรงนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างไรคะ

ตอบ ก็คือเมื่อมั่นใจว่ากระบวนการที่ทำให้เกิดความเสียหายเริ่มกันแก้ไข กระบวนการการตัดสินใจปล่อยสินเชื่อ ซึ่งกระบวนการดูความเสี่ยง กระบวนการในการที่จะดูกลุ่มเป้าหมายทั้งหลาย ถ้ามีความมั่นใจเราก็จะใส่เงินเข้าไปเพื่อแน่ใจว่ามันจะไม่เกิดปัญหานี้ขึ้นอีก แล้วก็มุ่งสู่การแก้ไขปัญหาหนี้เก่า

ถาม ตัวเลขขาดทุนสะสมประมาณ 8,470 ล้านนะคะ ตัวเลขที่ถือว่าเป็นหนี้เสียก็อาจจะถึงประมาณตัวเลขค่อนข้างสูง ในปีนี้นั้นแนวทางในการเพิ่มทุนพอจะมีระดับตัวเลขที่คาดการณ์ว่าจะต้องใส่เงินเพิ่มทุนไปอีกเท่าไหร่ค่ะ

ตอบ ก็ตอนนี้ยังไม่ออกครับ ขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาหนี้เอ็นพีแอลจะแก้ไขในวิธีใด เลยแบบว่าข่าวที่ออกไปก็คือเป็นข่าวที่มันจะเกินเลยไปก่อนในสิ่งที่จะคุยกันตอนนี้นะครับ เพราะว่าในขั้นตอนนี้เนี่ยเมื่อมีปัญหาเรื่องเอ็นพีแอลก็หาทางแก้ไขเอ็นพีแอลก่อน ผมคิดว่าแนวทางมันออกไปที่ไม่ควรจะไปถึงขั้นนั้นเลย

ถาม แม้ว่าคุณกิตติรัตน์ก็จะเห็นด้วยในหลักการแล้วก็บอกว่านายกฯ ก็คงจะเห็นด้วยอย่างนั้นล่ะคะ

ตอบ ก็ไม่ทราบ คือว่าเป็นการพูดเป็นการทั่วไปมากกว่าครับในหลักการ แต่ว่าในตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของฝ่ายกระทรวงการคลัง เอสเอ็มอีแบงก์ ดูในเรื่องของตัวเลข ดูในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเอ็นพีแอลเป้าหมายแรก

ถาม ค่ะส่วนเรื่องของประเด็นที่เกิดเป็นหนี้เสียขึ้นมา ท่านปลัดคะขอเรียนถามเรื่องของที่มาของหนี้เสียนี่นะคะ มีส่วนหนึ่งที่้เกิดขึ้นจากโครงการภาครัฐ หรือว่าที่เป็นนโยบายของรัฐที่ทำให้เกิดหนี้เสียขึ้นมา

ตอบ คือมันเป็นเรื่องที่ถ้าตามทุกวันนี้ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายปล่อยให้กับเอสเอ็มอีเกือบทุกทั้งหมดแล้ว คือระบบธนาคารพาณิชย์ปล่อยเอสเอ็มอีทั้งกรุงไทย กสิกร พวกนี้เนี่ยปล่อยสินเชื่อจำนวนมากบอกว่าอย่างนั้นนะครับ เอสเอฟไอ หรือสถาบันเฉพาะกิจของรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะดูกลุ่มถัดไป คือไม่งั้นกลุ่มที่ธนาคารพาณิชย์ไม่เข้าไปปล่อยสินเชื่อ ธนาคารเอสเอ็มอีก็ต้องเข้ามาดู ไม่งั้นมันก็มีแต่เอสเอ็มอีที่มีดีๆ ตรงนั้น โอกาสที่จะให้กับเอสเอ็มอีที่มีความเสี่ยง จะมีความเป็นได้ที่จะไปได้ดี และเป็นสาขาที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับประเทศไทยเนี่ย เอสเอ็มอีแบงก์ต้องเข้าไป เพราะฉะนั้นในเรื่องความเสี่ยง ในเรื่องของหนี้สูงกว่าในเกือบธนาคารประเทศเป็นเรื่องปกติครับ

ถาม สุดท้ายท่านมีแนวคิดใช้เงินของรัฐบาลชดเชยเข้าไปบ้างไหมคะ

ตอบ ก็มีการเตรียมงบประมาณเพิ่มใส่เข้าไว้ ก็ไม่ได้เยอะมาก เป็นระดับที่จะสามารถที่ถ้าแก้ไขปัญหาได้ในระดับเหมาะสมใส่ไปแล้วเพื่อจะเดินต่อได้ครับ