"คน" จะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะพา ซีพีเอฟ ให้ทะยานไปข้างหน้า
"การทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เพราะซีพีเอฟเป็นองค์กรใหญ่ที่มีเครือข่ายธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ จึงต้องสอนคนให้ทำเรื่องที่ซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่าย การทำงานสำคัญคือต้องรวดเร็ว แต่ต้องมีคุณภาพ เพราะซีพีเอฟต้องแข่งขัน และพัฒนาอยู่ตลอดเวลา การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้น" อดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาธุรกิจ พัฒนาคน "ซีพีเอฟ"
เป้าหมายยอดขายที่ปักธงไว้ในปี 2556 สูงถึง 4 แสนล้านบาท ท้าทายให้ ซีพีเอฟ ก้าวข้ามความท้าทายและข้อจำกัดทางธุรกิจไปให้ได้ การระบาดของโรคที่เกิดในกุ้ง เศรษฐกิจในยุโรป ต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น
ซึ่ง "คน" จะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะพาองค์กรนี้ให้ทะยานไปข้างหน้า
ขณะที่ "CPF Ambassador Program" เป็นการเปิด "โอกาส" ให้ทั้ง ซีพีเอฟ และคนเก่งรุ่นใหม่ได้มองถึงลู่ทางโตของตัวเองในองค์กรแห่งนี้โดยเปิดทางให้นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ เข้ามาสัมผัสกระบวนการทำงานอย่างใกล้ชิด
“CPF CEO AWARDS 2012” เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาโดยหวังดึง "ความคิดดีๆ" ของคนส่วนใหญ่ให้แปรเปลี่ยนเป็น "มูลค่า" ขึ้นมา
แผนกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของ ซีพีเอฟ เกิดขึ้นในทุกระดับ และในทุกองค์กรใต้ร่มธุรกิจ โดย วิโรจน์ คัมภีระ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เป็นผู้ริเริ่ม และต่อยอดเป็นปีที่ 4
แบ่งรางวัลออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ รางวัลผลงานยอดเยี่ยม ประเภทการรักษาสภาพ (Internal Correction) ประเภทการปรับปรุงงาน (Improvement) ประเภท นวัตกรรม (Innovation) และผลงานที่ได้รับการจดอนุสิทธิบัตร โดยปีนี้มีผลงานที่ส่งเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 512 ผลงาน จาก 16 สายธุรกิจ
ในรอบปีที่ผ่านมา “ระบบกวนกากตะกอนก้นบ่อ Cover lagoon” เป็นหนึ่งในตัวอย่างของผลงานนวัตกรรมที่ได้รับรางวัล ด้วยแนวคิดพัฒนาระบบกวนกากตะกอนแบคทีเรียที่ก้นบ่อ เพื่อกระตุ้นให้ตะกอนแบคทีเรียที่อยู่ก้นบ่อบำบัดมีการเคลื่อนที่ เป็นการเพิ่มปฏิกิริยาที่ช่วยให้เกิดแก๊สชีวภาพในจำนวนที่มากขึ้น ทำให้เกิดประโยชน์ตามมาในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกระแสไฟฟ้าของฟาร์มประมาณร้อยละ 10 ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าร้อยละ 10 และ เพิ่มปริมาณการใช้พลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิตซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน มีผู้สนใจส่งนวัตกรรมเข้าร่วมประกวดมากกว่า 500 ชิ้น จากกลุ่มธุรกิจของบริษัทครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้ง Feed, Farm และ Food รวมถึง Trade โดย วิโรจน์ บอก “CPF CEO AWARDS 2012” ถือเป็นเวทีใหญ่ที่สร้างความมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มรายได้ และ เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
เรียกว่าเป็นการสร้าง "นวัตกร" ของซีพีเอฟ อย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาใช้งบประมาณสูงถึง 400-500 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาด้าน R&D แต่สามารถประหยัดต้นทุนการผลิตจากนวัตกรรมที่องค์กรได้สร้างขึ้นได้กว่า 1,100 ล้านบาท
สำหรับในอนาคต เตรียมวางงบประมาณด้าน R&D ไว้ที่ 1-2% ของรายได้
อีกด้านของการสนับสนุนด้านนวัตกรรมมาในรูปแบบ เว็บไซต์ CPF Innovation เว็บไซต์ภายในที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสื่อ กลางระหว่างสายธุรกิจ ให้ทั้งผู้บริหารและพนักงานสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และศึกษาผลงานนวัตกรรมผ่านทางเว็บไซต์ พร้อมช่องทางถาม-ตอบผ่านห้องสนทนา การจัดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดระหว่างสายธุรกิจ หรือ ที่เรียกว่า Open Innovation เปิดโอกาสให้ทุกสายธุรกิจมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับองค์กร
แจ้งเกิด “นวัตกร” หน้าใหม่ หนึ่งในภารกิจ ซีพีเอฟ ที่เดินตามแนวทางของค่านิยม “CPF Way”
โดยมองโจทย์ใหญ่ไว้ที่ “องค์กรแห่งนวัตกรรม” และการก้าวสู่ธุรกิจระดับโลก








