คาดกำไรฟื้นตัวโดดเด่นจากเงินสินไหมประกันในส่วนที่เหลือ
คาด 4Q55 พลิกเป็นกำไรจาก 3Q55 และ 4Q54 ขาดทุน
เราคาดผลประกอบการ 4Q55 ของ TOG จะพลิกเป็นกำไรกว่า 76 ล้านบาท จากขาดทุน 9 ล้านบาท ใน 3Q55 เนื่องจากปัญหากระบวนการผลิต (ส่วนผสมวัตถุดิบเปลี่ยนทำให้แม่พิมพ์แตก) และจากขาดทุน 102 ล้านบาท ใน 4Q54 เนื่องจากโรงงานถูกน้ำท่วม สาเหตุหลักที่ทำให้ผลงาน พลิกฟื้นอย่างโดดเด่นเนื่องจากการเจรจาเงินสินไหมประกันส่วนที่เหลือราว 60 - 90 ล้านบาท จะได้ข้อสรุปภายในปี 2555 ขณะที่ผลการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) คาดว่าจะพลิกเป็นกำไรได้ 16 ล้านบาท หลังจากปัญหากระบวนการผลิตเริ่มคลี่คลายแต่อาจยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
ปัญหาการผลิตคลี่คลาย คาดกำไรปกติปี 2556 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง
ด้วยข้อจำกัดของกำลังการผลิตแม่พิมพ์ที่ไม่เพียงพอต่อการการผลิตเพื่อชดเชยส่วนที่เสียหายทำให้การฟื้นตัวของการดำเนินงานปกติงวด 4Q55 ยังทำได้ไม่เต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าปี 2556 ผลประกอบการปกติจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่ คาดอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับปกติ 20 - 25% จากอยู่ที่ราว 11 - 17% ในช่วง 2H55 ที่มีปัญหา คาดยอดขายเติบโต 7% YoY และคาดกำไรจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) จะเติบโตถึง 74% YoY จาก 79 ล้านบาท ในปี 2555 เป็น 138 ล้านบาท ในปี 2556 ขณะที่หากรวมรายการพิเศษกำไรสุทธิจะลดลงเนื่องจากคาดว่า TOG จะได้รับเงินสินไหมประกันน้ำท่วมปี 2555 ราว 100 ล้านบาท
มีร้านแว่นตารายใหญ่ของโลกเป็นลูกค้าหลักและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
TOG เป็นผู้ผลิตเลนส์แว่นตารายใหญ่ในประเทศไทยมีจุดแข็งจากการมีร้าน Chain Store แว่นตารายใหญ่ของโลก (Specsavers) เป็นลูกค้าหลัก (40% ของยอดขาย) และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ (25% ของทุนจดทะเบียน) ทำให้มีคำสั่งซื้อที่ค่อนข้างแน่นอนและมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับการขยายสาขาของ Specsavers อย่างไรก็ดี ปี 2556 ธุรกิจเลนส์แว่นตามีความเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเนื่องจากมากกว่า 90% ของยอดผลิตเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก
ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนแนวโน้มการพลิกฟื้นอย่างโดดเด่นใน 4Q55
ราคาหุ้น TOG อ่อนตัวลงจากประมาณ 4 บาท มาตั้งแต่ช่วงประกาศผลประกอบการ 3Q55 ที่น่าผิดหวังเนื่องจากมีปัญหาในกระบวนการผลิต และปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 3.50 – 3.60 บาท ซึ่งเรามองว่ายังไม่สะท้อนต่อแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของกำไรในงวด 4Q55 และจากระดับราคาที่ต่ำทำให้มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 6.5% ในปี 2556 เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 4.20 บาท (เทียบเท่า P/E Ratio ’56 ที่ 14 เท่า)









