คาดกำไรปี 55 เติบโตโดดเด่น211% และโตอย่างน้อย 27% ในปี 56
ประเด็นสำคัญในการลงทุน:
กำไรสุทธิปี 55-56 มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น: 9M12 มีกำไรสุทธิ 521 ล้านบาทเพิ่มขึ้นถึง 328%เนื่องจากยอดขายเติบโตสูงถึง 90%YoYแม้อัตรากำไรขั้นต้นจะลดเหลือ 27% จาก 30% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่อัตรากำไรสุทธิปรับดีขึ้นเป็น 11% จาก 5% เนื่องจากสัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลงมากจาก 27% เหลือเพียง 15% สำหรับกำไรในช่วง 4Q55 มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นจากเครื่องจักรใหม่ที่เริ่มเดินเครื่องในช่วงปลายไตรมาสฝ่ายวิจัยคาดกำไร 4Q55 ราว 186 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 76%YoYและ 7%QoQส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 55 คาดที่ 707 ล้านบาทเติบโต 211% สำหรับประมาณการในปี 56 คาดยอดขายราว 8.3 พันล้านบาทและกำไรราว 852 ล้านบาทซึ่งขยายตัว 27% และ 20% ตามลำดับจากปี 55
ความเสี่ยงทางธุรกิจมีแนวโน้มลดลง: แผนธุรกิจของบริษัทในการเพิ่มกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ การทำตลาดในประเทศมากขึ้น และการลดสัดส่วนสินค้าเกษตรส่งออกและกลุ่มผลไม้แปรรูป ช่วยลดการพึ่งพาฤดูกาลและดินฟ้าอากาศที่มีความแปรปรวนสูง รวมทั้งนโยบายการเพิ่มสมดุลในการลดสัดส่วนการรับจ้างผลิต(OEM) มาสู่การผลิตภายใต้แบรนด์ของตัวเองให้มากขึ้น
มีมติเพิ่มทุนที่ยังไม่ได้จัดสรร: เมื่อ 27 ก.พ.55 ที่ประชุมบอร์ดมีมติเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) ในการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 21 ล้านหุ้นซึ่งมติดังกล่าวมีอายุ 1 ปีหากเกินกำหนดจะต้องขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นใหม่ ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนการตั้งโรงงานในต่างประเทศเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตป้อนตลาดของมาลีในต่างประเทศและเป็นการรองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งหากมีความชัดเจนก็เป็นไปได้ที่จะเรียกจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนเพื่อนำเงินมาใช้ลงทุนในโครงการดังกล่าว
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 170.40 บาท: ปัจจัยพื้นฐานของ MALEE แข็งแกร่งจากศักยภาพในการเติบโตของรายได้และกำไรหลังจากเดินเครื่องจักรใหม่เต็มกำลังการผลิตด้านฐานะการเงินยังแข็งแกร่งโดยมีหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest bearing debt) เมื่อสิ้น 3Q55 ต่ำเพียง 0.19 เท่า ราคาเหมาะสมซึ่งประเมินด้วยจาก Prospect PER ที่ระดับ 14 เท่าอยู่ที่ 170 บาทซึ่งยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด ประกอบกับอัตราผลตอบแทนเงินปันผลในระดับที่สนใจราว 4% จากที่คาดเงินปันผลปี 55 ราว 5.05 บาทจ่ายระหว่างกาลแล้ว 1 บาทเหลือจ่ายอีก 4.05 บาท เราจึงแนะนำ ซื้อ






