แนวโน้มกำไรเติบโตจากการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์
กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์
ผลประกอบการของ EA คาดว่าจะผันผวนลดลง หลังสัดส่วนกำไรจากกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2 – 3 ปี ข้างหน้า โดยเราคาดว่า EA จะมีกำไรสุทธิในปี 2556 ราว 166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% YoY เนื่องจากเป็นปีแรกที่ EA จะรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ระยะที่ 1 (จ.ลพบุรี) ขนาดกำลังการผลิต 9 เมกะวัตต์ เต็มปี ขณะที่กำไรสุทธิปี 2557 เราคาดว่าจะเติบโตกว่า 383% YoY จากการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ระยะที่ 2 (จ.นครสวรรค์) ขนาดกำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนกำไรสุทธิของกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้าคิดเป็น 54% และ 92% ในปี 2556 – 2557
ระยะยาวยังมี Upside จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม
EA ยังมีแผนระยะยาวที่จะพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมรวม 761 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการภาคใต้ 3 โครงการ (Southern # 1–3) และโครงการภาคเหนือ 13 โครงการ (Northern #1–13) จะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ในปี 2558 อย่างไรก็ตาม เราประเมินมูลค่าของโรงไฟฟ้าพลังงานลมเฉพาะโครงการภาคใต้ 3 โครงการ เนื่องจาก EA อยู่ระหว่างการทำสัญญาขายไฟฟ้า (PPA) โดยปัจจุบันได้รับการตอบรับการรับซื้อไฟฟ้าแล้ว ขาดเพียงการจัดเตรียมเอกสาร เราประเมินมูลค่าโครงการไว้ที่ 1.70 บาท/หุ้นบนสมมติฐานต้นทุนการก่อสร้างโครงการ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ และให้อัตราผลตอบแทนของโครงการ (IRR) ประมาณ 14%
ยังมีความเสี่ยงจากความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการ
ความเสี่ยงของธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาส่วนมากผู้ประกอบการจะประสบปัญหาทางด้านการเงิน และปัญหาในการหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการประกอบธุรกิจ ขณะที่ปัจจุบันแม้จะมีผู้ผลิตไฟฟ้าหลายรายเริ่มดำเนินการผลิต แต่โครงการก็ไม่สามารถเดินเครื่องได้ตามกำหนด ในกรณีของ EA แม้เราจะให้น้ำหนักความเสี่ยงเรื่องเงินทุนและที่ดินน้อย แต่ยังมีโอกาสที่โครงการอาจล่าช้ากว่ากำหนด แม้บริษัทจะสามารถยื่นของขยายเวลาการจำหน่ายไฟฟ้าโดยไม่มีโทษปรับจาก กฟผ. แต่จะเป็นประเด็นที่ทำให้เราปรับประมาณการผลประกอบการ รวมทั้งมูลค่าเหมาะสม
แนะนำ “ซื้อ” จากแนวโน้มธุรกิจพลังงานทดแทนที่มีความน่าสนใจ
เราประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2556 ไว้ที่ 8.40 บาท จากวิธี Sum of the parts ให้มูลค่าโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 4 โครงการ รวม 5.65 บาท และโรงไฟฟ้าลมจำนวน 3 โครงการอีก 1.70 บาท ราคาหุ้นมี Upside Gain มากถึง 53% เมื่อเทียบกับราคา IPO ที่ 5.50 บาท ดังนั้น เราจึงเริ่มแนะนำการลงทุน EA ครั้งแรกเป็น “ซื้อ”









