คงคำแนะนำ ซื้อ จากมุมมองที่เป็นบวกต่อการฟื้นตัวของธุรกิจ
กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นที่อ่อนแอกดกำไรลง QoQ
เราคาดกำไรสุทธิ 4Q55 ของ TOP ที่ 1,991 ล้านบาท ลดลง 75% QoQ เนื่องจากกำไรของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นที่ลดลงโดย (1) ค่าการกลั่นพื้นฐาน (Market GRM) คาดว่าจะลดลงจาก 7.6 เหรียญ (3Q55) เหลือ 5 เหรียญ และ (2) การพลิกกลับมาเป็น Stock Loss กว่า 1.5 เหรียญ จาก Stock Gain จำนวน 4.3 เหรียญ แม้ว่ากลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีจะฟื้นตัวจาก Spread ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ภาพยังไม่สามารถชดเชยกำไรจากกลุ่มโรงกลั่นที่ลดลง ทำให้ค่าการกลั่น Accounting GIM (รวมทุกธุรกิจ) อยู่ที่ 6.5 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลงจาก 13 เหรียญต่อบาร์เรล ใน 3Q55 นอกจากนี้มติของกรมสรรพากรมีมติให้ใช้ BOI ได้ตามกรอบที่มีการใช้เงินลงทุนจริง ทำให้ TOP มีภาะภาษีจ่ายเพิ่มในรอบผลประกอบการ 4Q55 หลังจากที่ก่อนหน้านี้บริษัทมีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีใน 9M55 มากกว่าเงินลงทุนจริงที่ 809 ล้านบาท ภาพรวมกำไรสุทธิปี 2555 คาดจะต่ำกว่าที่เราคาด 6% จากประมาณการเดิมที่เราคาดหมายไว้ที่ 13,177 ล้านบาท ลดลง 17% YoY
มี Upside จากความชัดเจนในเรื่องการใช้สิทธิ BOI
การใช้สิทธิส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีความชัดเจนหลังกรมสรรมพากรพิจารณาให้ใช้สิทธิได้ตามมูลค่าเงินลงทุนที่จ่ายตามจริงในแต่ละปี TOP เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีแผนการลงทุน โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมรวม 321 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้อัตราภาษีนิติบุคคลของ TOP ในปี 2556 – 2557 ลดลง ก่อนหน้านี้เรายังไม่ได้รวมประเด็นดังกล่าวในประมาณการของเรา
ปรับกำไรสุทธิปี 56 เพิ่ม 11% จาก Spread margin กลุ่มปิโตรเคมีที่แข็งแกร่ง
การฟื้นตัวของ Spread กลุ่มธุรกิจอะโรเมติกส์ ทำให้เรามีการปรับเพิ่มสมมติฐาน Spread ในผลิตภัณฑ์สำคัญของกลุ่ม ซึ่งก่อนหน้าเราเริ่มทยอยปรับสมมติฐานดังกล่าวและปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 2556 เพิ่มของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเช่น PTTGC และเช่นกันเรามีการปรับประมาณการกำไรสุทธิของ TOP ในปี 2556 เพิ่ม 11% จากประมาณการเดิมเป็น 13.9 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 8%YoY) โดยเรายังคงสมมติฐานค่าการกลั่น (Market GRM) ในปี 2556 ไว้ที่ 5.5 เหรียญต่อบาร์เรล เท่ากับสมมติฐานที่เราใช้ประเมินผลประกอบการปี 2555 ที่ผ่านมา และเรารวมผลจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจาก 4.5% เป็น 4.8% จากออกหุ้นกู้ล่าสุด






