วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

WORK : ถือ

เก็งกำไรความต้องการรายการโทรทัศน์เพิ่มขึ้นหลังเกิดดิจิตอลทีวีปี 2556

คาดกำไร 4Q55 อ่อนตัวลง 15% QoQ แต่เติบโต 297% YoY


เราคาดกำไร 4Q55 ของ WORK จะอยู่ที่ 116 ล้านบาท ลดลง 15% QoQ แต่เติบโตกว่า 297% YoY โดยคาดว่าจะมีรายได้ 587 ล้านบาท ลดลง 3% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 51% YoY เป็นไปตามฤดูกาลของการใช้งบโฆษณาสื่อโทรทัศน์ที่มักจะชะลอตัวในช่วงปลายปี ขณะที่คาดว่า WORK จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการจ่ายโบนัสประจำปีให้กับพนักงาน แต่อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับ 4Q54 ที่ WORK ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมโดยตรงคาดผลประกอบการจะเติบโตอย่างโดดเด่น ทั้งนี้ Nielsen รายงานยอดใช้งบโฆษณาสื่อโทรทัศน์ 4Q55 ลดลง 2% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 31% YoY และเราคาด WORK จะจ่ายเงินปันผลงวด 2H55 จำนวน 0.88 บาท/หุ้น


ปี 2556 ได้เวลาออกอากาศเพิ่มอีก 3 รายการ คาดกำไรเติบโต 25% YoY


ปี 2556 WORK ได้เวลาออกอากาศรายการใหม่เพิ่ม 3 รายการ รวมเป็นมีรายการออกอากาศทั้งสิ้น 18 รายการต่อสัปดาห์ ปรับขึ้นค่าโฆษณา 7 รายการเดิม 8 - 20% ปรับขึ้นค่าโฆษณาช่อง workpoint TV จากเดิม 6,000 บาท/นาที เป็น 10,000 บาท/นาที และมีแผนเปิดช่องทีวีดาวเทียมร่วมกับ PSI อีก 1 ช่อง ขณะที่ทางด้านการแข่งขันในธุรกิจสื่อโทรทัศน์ปี 2556 มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นผลจากการเติบโตของสื่อทีวีดาวเทียม/เคเบิลทีวี และการเกิดดิจิตอลทีวี เราประเมินว่าปี 2556 WORK จะมีรายได้เติบโต 18% YoY (ต่ำกว่าที่ผู้บริหารคาดเติบโต 30% YoY) และคาดกำไรเติบโต 25% YoY


การเกิดดิจิตอลทีวีเป็นโอกาสของผู้ผลิตรายการทีวีชั้นนำอย่าง WORK


การเกิดดิจิตอลทีวีทำให้มีความต้องการคอนเทนต์รายการทีวีเพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนช่องฟรีทีวีระบบภาคพื้นดินจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 48 ช่อง จึงเป็นโอกาสของผู้ผลิตรายการทีวีรวมถึง WORK ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการทีวีชั้นนำโดยเฉพาะรายการเกมโชว์ เรามองเป็นปัจจัยบวกที่จะทำให้นักลงทุนมีความคาดหวังต่อโอกาสการเติบโตในอนาคตของ WORK เพิ่มขึ้น เราปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมหุ้น WORK ขึ้น 21% เป็น 49.60 บาท (จากเดิม 40.90 บาท) เทียบเท่า P/E ปี 56 ที่ 21 เท่า ทั้งนี้ การออกอากาศโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลภาคพื้นดินของประเทศไทยจะเกิดขึ้นภายในปี 2556


ราคาหุ้นตอบรับปัจจัยบวกมากพอควร เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ถือ”


ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้น WORK ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 60% โดยเฉพาะวานนี้เพิ่มขึ้นกว่า 8% เรามองว่าได้สะท้อนต่อปัจจัยบวกแนวโน้มการเติบโตผลประกอบการปี 2556 จากการได้เวลาออกอากาศเพิ่มและการปรับขึ้นค่าโฆษณารวมถึงโอกาสจากการเกิดดิจิตอลทีวีมากพอควรแล้วเหลือส่วนต่างราคาเมื่อเทียบกับมูลค่าเหมาะสมไม่มากเพียง 3% เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ถือ” (จากเดิม “ซื้อ”)