คำต่อคำ:"นพ.สุธรรม"ลั่นได้รับผลกระทบต่อเนื่องปรับเงินเดือนขึ้น15,000บาทต้องเพิ่มเงิน แล้วมาค่าแรง300 งบรัฐบาลน้อยลงเรื่อยๆ
กรุงเทพธุรกิจ ตรงประเด็นข่าวค่ำ (23 ม.ค.) สัมภาษณ์ นพ.สุธรรม ปิ่นเจริญ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่อง รพ.ศิริราชรับผลกระทบค่าแรง 300 เปิดใจในนโยบายของรัฐบาลที่ได้รับผลกระทบโรงเรียนแพทย์ที่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับจากเงินงบประมาณ
ถาม ผลกระทบค่าแรง 300 บาทมีผลกระทบต่อโรงเรียนแพทย์ทั่วประเทศ สถานการณ์ล่าสุดเป็นอย่างไรบ้าง
ตอบ จริงๆ เราได้รับผลกระทบต่อเนื่องตั้งแต่ปรับขึ้นเงินเดือน 15,000 บาท แล้วก็คนที่ได้ต่ำกว่าปริญญาตรี 12,000 ซึ่งเราต้องเพิ่มเงินให้กับบุคลากรในส่วนนั้นส่วนหนึ่งแล้ว แล้วพอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนี่ก็ต้องขยับตามเพิ่มขึ้นไปอีกต่อเนื่อง โดยภาพรวมต้นทุนค่าแรงในระบบโรงพยาบาลหรือรักษาพยาบาล ก็จะเป็นประมาณ 50% ของรายจ่ายทั้งหมด ทีนี้ถ้าเงินเดือนขึ้นค่าตอบแทนขึ้น ณ ขณะนี้มันมีผลกระทบจากการที่จะเป็นภาคธุรกิจเอกชนขยายตัว เพื่อรองรับเมดิเคิลฮับ อัตราตลาดในวิชาชีพก็สูงขึ้น เพราะฉะนั้นภาครัฐทุกแห่งโดยเฉพาะโรงเรียนแพทย์ก็ต้องรักษาบุคลากรให้คงอยู่ อัตราต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นหมด ทั้งค่าเวร ค่าสาขาขาดแคลน เงิน กตส. ประเด็นที่สำคัญก็คือ โรงพยาบาลของรัฐโดยเฉพาะโรงเรียนแพทย์ ขณะนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้กินเงินเดือนจากเงินงบประมาณ บุคลากรของเราเกินครึ่งหนึ่งผมว่าศิริราชน่าจะ 70% จุฬาฯ น่าจะ 60-70% ของ ม.อ.เป็นโรงเรียนแพทย์ทีหลังก็ 50% แล้ว ที่จริงเงินหลักเกินรายได้ เพราะฉะนั้นเวลาขึ้นก็ต้องใช้เงินรายได้จากค่ารักษาพยาบาลมาจ่ายบุคลากรของเรา
ถาม ปกติแล้วทางรัฐบาลมีการจัดงบสนับสนุนมาให้กับทางโรงพยาบาลบ้างไหม
ตอบ งบจากรัฐบาลจะน้อยลงเรื่อยๆ เพราะว่านโยบายของรัฐบาลในการที่จะเร่งรัดประสิทธิภาพ และก็ให้แต่ละโรงพยาบาลทำการรักษาพยาบาลแล้วเรียกเก็บจากกองทุนประกันสังคม กองทุน 30 บาท กองทุนที่ใหญ่ที่สุดกองทุน 30 บาท อันนี้ก็เป็นผลกระทบที่เราจะต้องเรียกเก็บเงินจากเขาและมาจ่ายคนของเรา ปัญหาคือขณะนี้เราต้องจ่ายคนของเราเพิ่มขึ้น ในขณะที่ก็คงทราบดีว่ากองทุน 30 บาทเขาก็ฟรีซเงิน สวัสดิการการรักษาพยาบาลเขาก็ฟรีซเงิน เขาใช้คำว่าโกลบอลแคช คือมีเท่าไรจ่ายเท่านั้น ดังนั้นภาระงานที่เพิ่มขึ้นแต่เก็บเงินได้เท่าเดิม แปลว่าคนของเราต้องทำงานมากขึ้น แม้ทำงานเท่าเดิมอยู่แล้ว นโยบายขยับค่าแรงขึ้นเราก็ต้องขยับค่าแรงขึ้นอยู่แล้ว มันก็เลยเป็นผลกระทบทั้งในเชิงของรายรับที่เข้ามาคงที่ ภาระงานเพิ่มขึ้น รายจ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น
ถาม ณ เวลานี้ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีการปรับตัวอย่างไรกับสถานการณ์ตอนนี้แล้วบ้าง
ตอบ ผลกระทบจริงๆ ตอนนี้เราปรับตัวต่อเนื่องมาตลอด คือเร่งรัดประสิทธิภาพ พยายามจัดการระบบให้เข้มแข็งขึ้น ค่าใช้จ่ายส่วนไหนไม่จำเป็นก็ตัดออก ขณะนี้มันตัดจนหมดแล้ว งบลงทุนที่ครุภัณฑ์ใหม่ๆ เราต้องเซฟเงินไว้จ้างไม่ให้อาจารย์แพทย์ ไม่ให้ผู้เชี่ยวชาญลาออกจากระบบ เพราะพวกนี้ลาออกจากระบบเสียหมด แต่ว่าตึกหรือเครื่องมือยังพอจะสร้างใหม่ได้ ขณะนี้งบครุภัณฑ์ต่างๆ ถูกตัดกันเกลี้ยง ใช้ของเก่าเป็นส่วนใหญ่ ตึกใช้มา 30-40 ปี น้ำรั่ว แอร์ไม่เย็น ไม่มีดับเพลิง เราจะบูรณะก็ไม่มีงบที่จะเสริม ก็ต้องคงใช้ตึกเก่าอยู่









