"โตชิบา" ระบุต้นทุนค่าแรง 300 บาท ปรับราคาขึ้นแล้ว 5% กลางปี 55 ชี้ รถคันแรก ฉุดกำลังซื้อ คาดตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าโตไม่ถึง 2 หลัก
นายณัฐพงษ์ อารีกุล รองประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า ผลจากการปรับขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ทำให้แรงงานในกรุงเทพฯขาดแคลน เนื่องจากมีการย้ายกลับถิ่นฐานเดิม เนื่องจากมีค่าครองชีพที่ต่ำกว่าในกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันยังกระทบต่อต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทปรับราคาสินค้าไปแล้ว 3-5% ในช่วงเดือนมิ.ย. 2555 แต่อย่างไรก็ดี สำหรับในปีนี้ยังไม่มีแนวโน้มจะปรับราคาขึ้น เพราะการปรับราคาจะต้องมาจากหลายปัจจัย
ส่วนนโยบายการแจกคูปองส่วนลดสำหรับซื้อกล่องรับสัญญาณหรือทีวี ดิจิทัลนั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะเท่ากับเป็นการผลักภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน เนื่องจากการรับชมสัญญาณระบบดิจิทัลสามารถชมผ่านได้หลายช่องทาง ทั้งเสาอากาศ รวมถึงจานดาวเทียมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งไม่ต้องซื้อทีวีเครื่องใหม่ เพราะผู้จัดจำหน่ายและให้บริการทีวีดาวเทียม สามารถปรับระบบรับสัญาณเป็นระบบดิจิทัลได้เช่นกัน
“รัฐควรทบทวนนโยบายใหม่ เพราะจะเห็นได้จากบทเรียนการแจกคูปองส่วนลดเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีปัญหาเรื้อรัง ทางที่ดีควรให้ประชาชนค่อยๆ ปรับตัวในการรับชมทีวี ดิจิทัล นอก” นายณัฐพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ หากมีการแพร่ภาพระบบสัญญาณดิจิทัล บริษัทก็พร้อมที่นำสินค้าเข้ามาจำหน่ายทันที เบื้องต้นจะนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย จากปัจจุบันที่มีโรงงานผลิตอยู่ที่อินโดนีเซีย และโปรแลนด์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสินค้าในกลุ่มทีวี ดิจิทัล ส่งออกในภูมิภาคยุโรป และทั่วโลก ปัจจุบันทีวี ดิจิทัล มีจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย รวมถึงยุโรปบางประเทศ
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ผลประกอบการปีงบประมาณ 2555 ซึ่งจะปิดในเดือน (มี.ค.2556) คาดว่าจะปิดยอดขายได้ 1 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 15% โดยกลุ่มสินค้าตู้เย็นมีสัดส่วน 20% และกลุ่มเอวี หรือภาพและเสียงมีสัดส่วน 30-35% ของรายได้รวม ส่วนในปีนี้ตั้งเป้าการเติบโต 10% คิดเป็นมูลค่า 1.1 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าปี 2556 คาดว่าจะเติบโตไม่ถึง 2 หลัก เป็นผลมาจากผู้บริโภคมีภาระหนี้สินมากขึ้น โดยเฉพาะการผ่อนค่างวดรถยนต์โครงการยนต์คันแรก ขณะที่ปีนี้เชื่อว่ามีการเติบโตในเชิงมูลค่าเพียง 8% เท่านั้น หรือมีมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท









