กำไรสุทธิปี55 เพิ่มขึ้น 39%YoYและคาดจะโตอีก 24% ในปี 56
ประเด็นสำคัญในการลงทุน:
กำไรสุทธิปี55 เพิ่มขึ้น 39%YoY:ในงวด 4Q55 มีการตั้งสำรองหนี้สูญถึง 1.06 หมื่นล้านบาทสูงกว่าคาดถึง 2 เท่าส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญทั้งปีเพิ่มขึ้น 12% จากปี 54 และกำไรงวด 4Q55 ที่ 949 ล้านบาทลดลงถึง 89%QoQ แต่ยังเพิ่มขึ้น 20%YoY อย่างไรก็ดี กำไรสุทธิปี 55 ที่ 2.36 หมื่นล้านบาทแม้ต่ำกว่าคาด 17% ยังสามารถเติบโตได้ 39%YoYจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิตามการเติบโตของสินเชื่อและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับดีขึ้นเป็น 2.82% จากระดับ 2.76% ในปี 54 รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เติบโต 16% และรายได้จากการดำเนินงานอื่นที่เติบโต 30%
สินเชื่อมีแนวโน้มเติบโตดี คุณภาพสินทรัพย์ยังดี :ปลายปี 55 มีสินเชื่อคงเหลือ 1.53 ล้านล้านบาทซึ่งเติบโต 7.2%จากปลายปี 54เป็นการเติบโตจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อยขณะที่คุณภาพของสินทรัพย์ยังไม่น่าเป็นห่วงเห็นได้จากสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ลดลง7.3%YTD และสัดส่วนสินเชื่อ NPL ต่อสินเชื่อรวมลดเหลือ 3.2% จากระดับ 4% เมื่อปลายปี 54รวมทั้งการตั้งสำรองหนี้สูญในระดับสูง 2 ปีติดกันส่งผลให้สัดส่วนสำรองหนี้สูญต่อ NPL (Coverage Ratio) สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 93% จาก 69% ในปี 54ทำให้ภาระการตั้งสำรองส่วนเพิ่มมีอีกไม่มากนัก
คาดกำไรปี 56 เติบโตอีก 24% จากปี 55:แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อในปีนี้ยังเติบโตต่อเนื่องโดยได้ปัจจัยหนุนจากการเร่งเบิกจ่ายโครงการลงทุนของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกลยุทธ์มุ่งขยายสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจมากขึ้นด้วยสมมติฐานอัตราการเติบของสินเชื่อที่ 10% คาดการณ์กำไรปี 56 ของฝ่ายวิจัยอยู่ที่ 3.46 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโตอีกราว 24% จากปี 55
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 23.60 บาท: ฝ่ายวิจัยยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของ KTB จากการเป็นแบงก์รัฐซึ่งส่งผลบวกต่อการเติบโตของสินเชื่อและผลประกอบการในอนาคต แม้ว่าราคาหุ้นในระยะสั้นจะถูกกดดันจากกระแสข่าวการลดการถือหุ้นเหลือ 51% จาก 55% ที่ถือโดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯอย่างไรก็ดี ราคาเหมาะสมซึ่งอิงProspectP/BV ที่ 2.1 เท่า, Keที่ 12.6%ได้เท่ากับ 23.60 บาทซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ประกอบกับอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 55 ราว 3.2% มีความน่าสนใจเนื่องจากสูงที่สุดในกลุ่มแบงก์ทำให้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”สำหรับการลงทุนระยะยาว








