วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“สยาม พี.ซี.เอส.”พลังพันธมิตร รุกอาเซียน

“สยาม พี.ซี.เอส.”คือธุรกิจรับก่อสร้างโรงงานกึ่งสำเร็จรูปสายพันธุ์ไทย วันนี้พวกเขาประกาศความพร้อมสู่อาเซียนด้วยแผนการรบที่อาศัยพลัง“พันธมิตร"

“เราควรเปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุนที่ไม่ยึดติดว่าต้องทำเองทุกอย่าง เพราะอนาคตก็ต้องอยู่ในประชาคมอาเซียน ซึ่งนโยบายชัดเจน คือ การสร้างความเป็นพาร์ทเนอร์และกลมเกลียวกัน ฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ เพิ่มความสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์ไทยและต่างชาติ แล้วเชื่อมต่อให้เป็นธุรกิจของเรา”

วิสัยทัศน์ของ “สายชล บุญเกิด” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยาม พี.ซี.เอส. จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้างอาคารโรงงานและงานออกแบบโรงงานกึ่งสำเร็จรูปและโรงงานขนาดใหญ่ ที่บอกกับเรา ในวันประกาศความพร้อมสู่ตลาดอาเซียน

พวกเขาสร้าง “สยาม พี.ซี.เอส.” ขึ้นมาในปี 2539 ก่อนวิกฤติต้มยำกุ้งปีเดียว เริ่มจากงานรับตกแต่งภายใน ให้กับอาคารสำนักงาน และห้างสรรพสินค้า รอดพ้นยุคฟองสบู่แตกมาได้จากการรับงานตกแต่งภายในให้บริษัทชั้นนำของโลกที่มาตั้งสำนักงานในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ในขณะนั้น

5 ปี ต่อมา รุกเข้าสู่วงการก่อสร้าง เริ่มจากรับก่อสร้างโรงงานเล็กๆ ที่ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ส่งให้กับโรงงานประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ ก่อนจะพัฒนาความเชี่ยวชาญ ผสานความมุ่งมั่นตั้งใจ ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

“เราชอบในสิ่งที่ท้าทาย ตลอดการทำงานที่ผ่านมา พยายามคิดเสมอว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ทำในสิ่งท้าทายใหม่ๆ จะไม่ทำอะไรที่เคยชิน ก็เพื่อให้เกิดธุรกิจใหม่”

เขาบอกวิธีคิด ก่อนยกตัวอย่างผลผลิตจากความท้าทายที่เกิดขึ้น ในปี 2550 เมื่อตัดสินใจรวมพลังกับพาร์ทเนอร์ไทยและต่างประเทศ ทั้งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ และนักออกแบบระดับโลก แตกหน่อบริษัทใหม่ 4 บริษัท เพื่อบริการเฉพาะด้านอย่างครบวงจร

ตั้งแต่ บริษัท แฟคโกลว์ จำกัด (FAC GLOW) ดำเนินธุรกิจออกแบบอาคาร งานก่อสร้างทุกชนิด บริษัท เทรดโกลว์ จำกัด (TRADE GLOW) เป็นตัวแทนจำหน่ายออกแบบและติดตั้งโครงสร้าง บริษัท ฟลอร์โกลว์ จำกัด (FLOOR GLOW) ดำเนินธุรกิจด้าน งานพื้นคอนกรีต และบริษัท มีโกลว์ จำกัด (ME GLOW) ทำงานเครื่องกล งานไฟฟ้า และการสื่อสาร

ประกาศความเชี่ยวชาญ และความพร้อมที่จะมุ่งสู่เวที “อาเซียน” เต็มกำลัง

“1-2 ปีที่ผ่านมา โอกาสเปิดสำหรับไทยมาก จากที่เราเคยวางตัวเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย และเคยกลายเป็นแมวโหยไปแล้ว แต่คราวนี้เราจะเป็นเสือโดยไม่ตั้งใจ เพราะสภาพแวดล้อมมันเอื้อ ทั้งกระแสการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่เข้ามาเยอะมาก

ขณะที่มองไปทางไหนในโลกก็ไม่มีที่ไหนดี ยกเว้น “อาเซียน” และเราก็อยู่ตรงกลางพอดี เราเป็นหนึ่งในผู้นำของอาเซียน จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะจูงมือพันธมิตรไปสู่อาเซียน”

“สุธี พวาวร” ประธานที่ปรึกษา สยาม พี.ซี.เอส. บอกกับเรา หลังถูกเทียบเชิญมาเป็นผู้ให้คำปรึกษาทั้งการตลาด การเจรจาธุรกิจ และวางแผนอนาคต 5 ปี ให้กับ สยาม พี.ซี.เอส.

กลยุทธ์หลายอย่างถูกปูทางอย่างแข็งแกร่ง หลังเป้าหมายชัดในการขยายอาณาจักรธุรกิจเข้าสู่ประตูอาเซียน พวกเขาทำตั้งแต่พัฒนาคนและเสริมศักยภาพด้านต่างๆ เติมเต็มความรู้ ให้พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจ

“เราให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนาคนในองค์กร ทุกวันนี้ทราบดีว่าต้นทุนเรื่องคนสูงขึ้น ไม่ใช่แค่ในธุรกิจเราเท่านั้น ธุรกิจอื่นๆ ก็เหมือนกันหมด จากนี้จึงต้องเน้นการ “ทำถูก” ไม่ใช่ “ราคาถูก” แต่คือทำถูกต้อง จะได้ไม่ต้องทำซ้ำ ไม่ต้องซ่อม ฉะนั้นในการปรับคน ต้องปรับให้ตั้งใจทำให้ถูกต้องตั้งแต่แรก”

ตอกย้ำหัวใจของเกมยุทธ ที่ยังคงเน้น “กระชับความสัมพันธ์” กับพันธมิตร ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะพาร์ทเนอร์ในกลุ่มอาเซียน เพื่อซ้อมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัวในอีกสองปีข้างหน้า

เขายกตัวอย่าง พันธมิตรกับกลุ่มบริษัทไทย เช่น บริษัท พิโด้ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ชำนาญด้านติดตั้งระบบ บริษัท ทรู อาร์ เอ็นจิเนียริ่ง , เอลบรุส และ เอนไลต์เทน ที่เก่งกาจในการออกแบบงานโครงสร้างอาคาร และควบคุมงานก่อสร้าง ตลอดจนบริษัทต่างประเทศ อย่าง SR FIBER ที่ชำนาญการเกี่ยวกับคอนกรีต STEEL FIBER ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นแบรนด์ FLOOR GLOW รวมถึงการหาพันธมิตรธุรกิจใหม่ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม มาเลเซีย เหล่านี้ มาเสริมทัพ

“บริษัทไทยเรามักไม่เก่งในการขายลูกค้าต่างชาติ เลยใช้วิธีหาพันธมิตรต่างชาติที่เก่งในเรื่องการขายทั้งญี่ปุ่น เกาหลี และอาเซียน เพื่อที่จะทำงานไปพร้อมกับเรา” ผู้บริหารสยาม พี.ซี.เอส บอก

ที่ผ่านมาพวกเขาเดินทางไปศึกษาตลาดอาเซียนใน 5 ประเทศ ทั้ง ลาว พม่า อินโดนีเซีย มาเลเซียและเวียดนาม โดยใช้วิธีพูดคุยกับพาร์ทเนอร์ในแต่ละประเทศ เติมเต็มจุดอ่อนจุดแข็งซึ่งกันและกัน บนแนวคิดที่ว่า..

เลือกใช้สิ่งที่เขาถนัด แล้วนำสิ่งที่เราเก่งแต่เขาไม่เก่งไปเสริมเขา

“อย่างที่อินโดนีเซีย เรานำบริษัท เทรดโกลว์ เข้าไปเพื่อเจรจาเกี่ยวกับการขายเครื่องจักร เพราะหลังจากนี้อินโดนีเซียจะมีอุตสาหกรรมรถยนต์เพิ่มมากขึ้น ส่วนเวียดนาม เราเข้าไปเป็นที่ปรึกษา พอดีพาร์ทเนอร์ของเรา ทำเกี่ยวกับการรับสร้างโรงงานแต่ยังขาดความชำนาญในการออกแบบ เบื้องต้นคงไม่เข้าไปในลักษณะรับเหมา เพราะเสี่ยงในข้อกฎหมายต่างๆ แต่เราจะขายสมองมากกว่า”

นี่คือวิธีเจาะตลาดอาเซียน ในฐานะผู้เล่นรายใหม่ที่เลือกแนวทางเข้าไปด้วยพาร์ทเนอร์ในแต่ละประเทศ เพื่อหลีกหนีข้อจำกัดและความพร้อมที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ

“อนาคตเราต้องอยู่ในประชาคมอาเซียน แต่เราจะอยู่แบบผู้นำในธุรกิจที่เราทำได้อย่างไร นั่นคือโจทย์”

โจทย์ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิดพัฒนาระบบที่ไม่ต้องทำเองทุกอย่าง แต่ “แบ่งงานกันทำ”แค่ 20-30% แล้วใช้ระบบกระจายงานให้พาร์ทเนอร์ รวมถึงโอกาสจาก “โรงงานกึ่งสำเร็จรูป” ที่สามารถยกไปทำในประเทศต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

“เพราะทุกอย่างเราคิดในระบบพาร์ทเนอร์ ที่คนอื่นอาจมองว่ายาก แต่เราอยู่ในวงการและศึกษาตรงนี้มานาน เราจะมองให้ง่าย แล้วเข้าไปแก้ปัญหาทีละจุด ผมพยายามระลึกเสมอว่า ทำไมสิงคโปร์ เขาไม่ต้องทำเองทุกอย่างแต่เขายืนหยัดอยู่ในฐานะของผู้นำได้ เราก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด และวิธีทำใหม่เช่นกัน”

สำหรับแนวทางในการเลือกพาร์ทเนอร์ พวกเขาบอกว่าไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียง แต่ดูว่าสิ่งที่เราต้องการพันธมิตรธุรกิจสามารถทำให้ได้หรือไม่ เข้าสู่มาตรฐานที่ให้กับลูกค้าเราได้หรือไม่ คุณภาพของงานดีหรือไม่

“คงไม่เน้นว่าต้องเก่งอะไรมากมาย แต่เน้นว่าเรามีวิธีการของเราแบบนี้ แล้วไปด้วยกันได้ไหม ขอเลือกคนที่มีจิตใจตรงกันก่อน ตั้งใจทำงานและเป็นคนดี เมื่อใจตรงกันอะไรก็ง่ายขึ้น”

ยังมีแผน “เชิงรุก” ในปีนี้ ที่มีเป้าหมายคือ เติบโต 100% ในทุกธุรกิจ เพื่อขยับยอดขายไปสู่หลักพันล้านบาทให้ได้ โดยเน้นทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ การร่วมงาน BOI ไปออกงานที่ญี่ปุ่น งานแสดงสินค้าเครื่องจักรเครื่องกลในไทย พบลูกค้าโดยตรงทั้งลูกค้าทั่วไปและกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เพิ่มผู้ร่วมงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งบัญชี การตลาด และวิศวกรรม อาทิ “ศุภชัย โตพิบูล” ผู้เชี่ยวชาญภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น มาดูแลลูกค้าญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทย “ไวเบรด ชอง” วิศวกรโยธามือโปรที่ทำงานในวงการก่อสร้างมาเลเซียมานาน เพื่อประสานงานกับลูกค้าในอาเซียนรวมถึงเกาหลีใต้ และจีน

ควบคู่กับเกมรุกด้าน “นวัตกรรม” โดยใช้นวัตกรรมการก่อสร้างที่ช่วยประหยัดแรงงานและเวลาก่อสร้างลงได้มาก อย่าง ระบบ FAC GLOW ที่สามารถควบคุมคุณภาพและเวลาการก่อสร้างได้ ระบบ FLOOR GLOW การทำพื้นโดยลดปริมาณเหล็กลงได้ถึง 30% ลดระยะเวลาในการทำงาน ลดคนลง มาใช้เครื่องจักรในการทำงานมากขึ้น

แผนการมากมายที่ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อขึ้นเป็นที่หนึ่ง แต่สายชลบอกว่า..“เราไม่ได้อยากเป็นที่ 1-2-3 แต่อยากเป็นตัวอย่างสำหรับคนทำธุรกิจนี้ เราอยากยกมาตรฐานบริษัทรับสร้างโรงงานของไทยให้มีเรตติ้งที่สูงขึ้น นี่คือเป้าหมาย”

สายชลบอกกับเราก่อนสรุปหัวใจทำธุรกิจยุคใหม่ไว้สั้นๆ ว่า…

“ถ้าคิดแต่เรื่องแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น ผมว่าการทำธุรกิจ..เหนื่อย ฉะนั้น สร้าง พาร์ทเนอร์ ดีที่สุด”

----------------------------------------------------------
Key to success
สแกนธุรกิจรับสร้างโรงงาน
๐ มีอัตราเติบโต แต่บริษัทที่เชี่ยวชาญยังน้อย
๐ ธุรกิจนี้ใช้แล้ว มักใช้ซ้ำถ้าทำดี
๐ มีบริการครบวงจรได้เปรียบ
๐ ต่างชาติมักเลือกใช้บริษัทชาติเดียวกันก่อน
๐ เงินทุนต้องเยอะ เพราะใช้ระบบจ่ายก่อน เก็บเงินที่หลัง
๐ ปัญหาแรงงานยังเป็นเรื่องสำคัญ
๐ บริการหลังการขายต้องดี อย่าหมกเม็ด
๐ ทำธุรกิจต้องมีพาร์เนอร์