ผู้ว่าธปท.ยันมีเครื่่องมือทางการเงินพร้อมสกัดบาทแข็ง หลังธนาคารกลางทั่วโลกอัดเงินเข้าสู่ระบบ ยอมรับเป็นโจทย์ที่ท้าทายการดำเนินนโยบายการเงิน
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าสถานการณ์เงินบาทในปัจจุบัน ธปท.ยังคงติดตามการเคลื่อนไหว ซึ่งอาจจะเข้าไปมีการบริหารจัดการบ้าง แต่โดยรวมเงินบาทยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเศรษฐกิจและสอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค แม้ยอมรับว่าในระยะสั้นค่าเงินบาทอาจจะเคลื่อนไหวแตกต่างจากค่าเงินภูมิภาคบ้าง แต่ถือเป็นเรื่องปกติ ขณะที่ธปท.มีเครื่องมือดูแลเพียงพอและไม่ลังเลที่จะนำมาใช้
ในปีที่ผ่านมาเงินทุนเคลื่อนย้ายอยู่ในระดับที่ยังรักษาสมดุลได้ดี โดย ธปท.ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงในตลาดการเงินมากนัก ซึ่งเมื่อปีก่อนมีเงินไหลเข้ามาลงทุนโดยตรง 8 พันล้านเหรียญ และเงินไหลออก 1.1 หมื่นล้านเหรียญ ขณะที่มีเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร 1.1-1.2 หมื่นล้านเหรียญ และคนไทยนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ 8 พันล้านเหรียญ
นายประสาร กล่าวว่า สภาพคล่องในตลาดการเงินโลกมีความผิดปกติ หลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่ ซึ่งผ่านมา 4-5 ปี เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ขณะนี้มีสัญญาณที่ดีขึ้นบ้างที่เศรษฐกิจประเทศหลัก เช่น สหรัฐฯ มีการฟื้นตัวอย่างอ่อนๆ แต่การที่สหรัฐฯ มีการใช้มาตรการการเงินที่ผ่อนคลายมากเกินไป อาจนำไปสู่ต้นทุนทางเศรษฐกิจ ซึ่งมองว่ามาตรการเพิ่มปริมาณเงิน (QE) น่าจะมีสิ้นสุด
ขณะเดียวกันธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กลับใช้มาตรการเพิ่มปริมาณเงินเช่นกัน มองว่าเรื่องดังกล่าวคงไม่สามารถกำหนดสภาพคล่องโลกให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกัน และอย่าใช้เครื่องมือที่ผิดจังหวะ เพราะจะเกิดการสร้างต้นทุนที่ไม่จำเป็นและไม่ควรฝืนตลาดมากเกินไป เพราะจะเป็นการเผชิญความท้าทาย ดังนั้น ธปท.จะพิจารณาถึงความพอดี และดูแลให้สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ









