วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แรงซื้ออสังหาฯแผ่ว! คลายกังวลฟองสบู่

แบงก์ชาติคลายความกังวลปัญหา "ฟองสบู่" อสังหาฯ หลังแรงซื้อเริ่มแผ่วในช่วงปลายปี"55 แต่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เหตุต้นทุนผู้ประกอบการสูงขึ้น

รายงานนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ปรับลดลง สะท้อนจากราคาที่อยู่อาศัยทุกประเภทค่อนข้างทรงตัวตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2555 ขณะที่การเร่งขึ้นของราคาที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 2 โดยเฉพาะอาคารชุดยังไม่น่ากังวล เนื่องจากยังสอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เช่น ราคาที่ดินที่ปรับสูงขึ้นตามการพัฒนาขยายเส้นทางระบบขนส่งมวลชน และค่าจ้างแรงงานที่ปรับสูงขึ้น

นอกจากนี้ หากพิจารณามาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์พบว่า ยังอยู่ในระดับปกติ ส่วนความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากค่ามัธยฐาน(Median) ของอัตราส่วนรายได้ต่อภาระดอกเบี้ยจ่าย(Debt Service Coverage Ratio หรือ DSCR) ในเดือนพ.ย.55 อยู่ที่ 4.7 เท่า สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ธนาคารพาณิชย์กำหนดไว้ที่ 2 เท่า

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ยังคงต้องติดตามในระยะต่อไป ได้แก่ ต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาที่ดิน ราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าจ้างแรงงาน รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและการปรับขึ้นราคาขายในอนาคต และการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติ

ส่วนภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยโดยรวมในปี 2555 นั้น ถือว่าขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงต้นปี โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยแนวราบที่มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัญหาอุทกภัยที่คลี่คลายลง ทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ประกอบการมั่นใจลงทุนในที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปีภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยถือว่าชะลอลงเล็กน้อย หลังจากที่เร่งขึ้นมากในช่วงก่อนหน้า โดยด้านอุปสงค์สะท้อนจากจำนวนที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในเดือนพ.ย.55(เฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือน) ลดลงจากเดือนก่อน

สำหรับด้านอุปทาน พบว่าผู้ประกอบการชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมลฑล โดยเฉพาะอาคารชุด ส่วนหนึ่งเนื่องจากมีการเร่งเปิดโครงการใหม่ไปมากแล้วในช่วงครึ่งแรกของปี

ส่วนเสถียรภาพด้านครัวเรือนนั้น โดยภาพรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีตามภาวะการจ้างงานที่อยู่ระดับสูง โดยอัตราการว่างงานในเดือนพ.ย.55 อยู่ในระดับต่ำสุดเพียง 0.4% และรายได้เฉลี่ยของผู้มีงานทำทั้งในและนอกภาคเกษตรกรรมยังอยู่ระดับสูง

นอกจากนี้ จากการสอบถามผู้ประกอบการ ถึงผลกระทบของการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ต่อภาวะการจ้างงาน พบว่าในภาพรวมยังไม่มีสัญญาณการเลิกจ้างงานในวงกว้าง เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานจากตลาดแรงงานที่มีความตึงตัว

ส่วนฐานะการเงินของภาคครัวเรืองยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยสภาพคล่องทางการเงินของภาคครัวเรืองซึ่งสะท้อนจากสัดส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ทางการเงินของภาคครัวเรือนในไตรมาสที่ 3 ของปี 2555 ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 45.9% และคุณภาพสินเชื่อของภาคครัวเรือนโดยรวม ซึ่งสะท้อนจากสัดส่วนสินเชื่อค้างชำระเกิน 1 เดือนต่อสินเชื่อภาคครัวเรือนทั้งหมดยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำที่ 4.8%