วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แตะเบรกหุ้นปั่นไร้ผล ดัชนีพุ่ง-วอลุ่มทะลัก

ตลาดฯแตะเบรกหุ้นปั่นไร้ผล ดัชนีพุ่งกระฉูด-วอลุ่มทะลัก "จรัมพร"เตือนแมลงเม่าระมัดระวังลงทุน

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากปลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ และมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นมาก โดยดัชนีปรับขึ้นถึง 36% ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของปี และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นจาก 3.1 หมื่นล้านบาทในปี 2555 มาอยู่ที่ 5.3 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 71% ซึ่งพบว่าการซื้อขายในหลายหลักทรัพย์มีความผันผวนในลักษณะการเก็งกำไรสูงมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ลงทุนหากราคาหลักทรัพย์มีการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ หากหลักทรัพย์ใดมีความผันผวนมากในลักษณะดังกล่าว ซึ่งอาจมีแนวโน้มทำให้การซื้อขายผิดปกติ ในเบื้องต้นตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีมาตรการให้สมาชิกดำเนินการให้ลูกค้าทุกรายที่ซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวต้องวางเงินสดทั้งจำนวนก่อนการซื้อหลักทรัพย์ (แคชบาลานซ์) และไม่ให้ซื้อด้วยวิธีการกู้ยืมเงิน (มาร์จิ้น)

"ตลท.มีความเป็นห่วงนักลงทุนในการซื้อขายหุ้นที่มีลักษณะการเก็งกำไรสูง ราคาเคลื่อนไหวผิดปกติจนเข้าข่ายที่ต้องให้ลูกค้าซื้อขายด้วยบัญชีเงินสด หรือแคชบาลานซ์ โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีหุ้นที่ติดเกณฑ์แคชบาลานซ์สูถึง 20 ตัว และพบว่ามีหุ้นที่มีราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) สูงเกิน 40 เท่ากว่า 61 ตัวที่มีการซื้อขายจำนวนมาก"

สำหรับ ในปี 2555 มีหลักทรัพย์ที่ต้องซื้อขายด้วยบัญชีเงินสด รวม 48 หลักทรัพย์ (80 ครั้ง) เพิ่มขึ้น 67% จากปี 2554 และในเพียงในช่วง 2 สัปดาห์นี้ (2-17 ม.ค.2556) มีหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายตามเกณฑ์นี้ รวม 14 หลักทรัพย์ (15 ครั้ง) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสภาพการซื้อขายเก็งกำไรที่สูงมาก

นอกจากนี้ จากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ซึ่งปรับตัวขึ้นมาสูงมากจนถึงขณะนี้ ทำให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามาซื้อขายในตลาดฯมากขึ้น มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 70% จากที่จำนวนเหมาะสมที่ผ่านมาจะอยู่ที่ประมาณ 50% ทำให้เกิดการเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มต่างๆ ทั้งขนาดใหญ่ กลางและเล็ก ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือน ม.ค. สูงถึง 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าเป็นการซื้อขายเพื่อเก็งกำไรสูงถึง 2-3 หมื่นล้านบาท

"นักลงทุนควรหาข้อมูลข่าวสารให้รอบด้าน อาทิ ผลประกอบการ แผนธุรกิจ แนวโน้มกลุ่มอุตสหากรรม และควรหลีกเลี่ยงหุ้นที่มีแนวโน้มจะเป็นการเก็งกำไร โดยเฉพาะหุ้นที่มีค่าพีอีสูงซึ่งไม่มีปัจจัยพื้นฐานมารองรับ หรือไม่ได้มีผลกำไรแบบก้าวกระโดดทุกๆ ปี ซึ่งท้ายที่สุดแล้วราคาหุ้นก็ต้องตกลงมา นอกจากนี้นักลงทุนควรลดความเสี่ยงโดยใช้เงินสดในการลงทุน"

ทั้งนี้ ตลท.ได้ส่งหนังสือถึงบริษัทหลักทรัพย์สมาชิกทุกแห่งให้เตือนนักลงทุนพร้อมกับให้คำแนะนำเป็นที่ปรึกษาให้กับนักลงทุน หากจะต้องการซื้อขายหุ้นที่อยู่ในเกณฑ์แคชบาลานซ์ โดยตลท.ไม่ได้มีมาตรการพิเศษเข้ามาดูแล แต่ยังคงเข้มงวดกับการใช้กฏเกณฑ์เดิมที่มีอยู่ เพื่อเตือนนักลงทุน โดยเฉพาะ แคชบาลานซ์

พร้อมขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลกรณีที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ(Trading Alert List ) ถึงแม้ที่ผ่านมาบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ส่วนใหญ่จะชี้แจงมาว่าไม่มีพัฒนาการใดๆ ที่ทำให้ราคาเคลื่อนไหวหวือหวา แต่ก็เป็นหน้าที่ของผู้ลงทุนที่จะต้องพิจารณาข้อมูลและดูว่าบริษัทนั้นๆ มีมูลค่าเท่ากับราคาที่ซื้อขายอยู่หรือไม่ ทั้งผลประกอบการและมูลค่าทางบัญชี(BV) ถ้าคิดว่าเสี่ยงก็ควรหลีกเลี่ยง

สำหรับเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นช่วงนี้ มองว่า ระยะสั้นไม่มีผลกระทบต่อตลาดทุน แต่ในระยะยาวอาจมีผลต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจบางกลุ่ม เช่น ส่งออก แต่ในระยะสั้นบริษัทที่จะขยายกิจการเพื่อลงทุนเพิ่มและมีการสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่ ช่วงนี้ก็จะเป็นประโยชน์ เพราะได้ของถูกลง